facebook_pixel
Turkish Cargo Terminal Istanbul

ความสำเร็จครั้งใหม่

Turkish Cargo เปิดตัวคลังปฏิบัติการสินค้าที่ล้ำสมัยในกรุง Istanbul

ทุกคนในที่นี้ล้วนทราบกันดีว่าอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยที่การแข่งขันในธุรกิจนับวันยิ่งรุนแรงขึ้น แต่ในทางกลับกันผลกำไรกลับหดลดลง ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ทุกคนพยายามที่จะทำนายคาดการณ์อนาคตของอุตสาหกรรมและปรับตัวทางแนวโน้มดังกล่าว สำหรับ Turkish Cargo ส่วนงานขนส่งสินค้าทางอากาศของสายการบิน Turkish Airlines บริษัทฯ กำลังประสบความสำเร็จนำหน้าคู่แข่ง ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็ว ฝูงบินที่ทันสมัย และเครือข่ายที่มีความครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุตสาหกรรม

Turkish Cargo_opt

Turkish Cargo ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 และเพียงไม่กี่ปีนับจากนั้นมาก็สามารถขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมด้วยรางวัลเกียรติยศมากมาย ทั้งยังกลายเป็นหนึ่งในสายการบินขนส่งสินค้าที่มีการเติบโตรวดเร็วมากที่สุดในโลก นับตั้งแต่ปี 2008 สายการบินฯ มีปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าจาก 199,000 ตัน เป็น 666,000 ตันในปี 2004 สำหรับในปีนี้ Turkish Cargo คาดการณ์ว่าจะเติบโตยิ่งขึ้นด้วยปริมาณการขนส่งสินค้าที่คาดว่าจะมากกว่า 775,000 ตัน สายการบินฯ ยังมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยปลายทางมากกว่า 274 ปลายทาง ซึ่งมากกว่าสายการบินใดๆ เครือข่ายของ Turkish Cargo ยังรวมถึงปลายทางสำหรับเครื่องบินขนส่งสินค้าอีก 50 ปลายทาง และปัจจุบันได้มีการเพิ่มบริการไปยังปลายทางใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

เพื่อตอบรับต่อความต้องการขนส่งและปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ Turkish Cargo จึงได้ลงทุนครั้งใหญ่ที่สุด โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2015 เป็นต้นมา Turkish Cargo ได้เปิดคลังปฏิบัติการสินค้าที่ล้ำสมัยในกรุง Istanbul ซึ่งวางเป้าไว้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป ทั้งนี้ด้วยทำเลที่ตั้งที่เหนือกว่าใคร อาคารคลังสินค้าแห่งใหม่ของ Turkish Cargo ที่ท่าอากาศยาน Ataturk ช่วยให้สายการบินฯ สามารถเข้าถึงตลาดหลักที่สำคัญในยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียได้รวดเร็วและง่ายขึ้น กล่าวได้ว่า Turkish Cargo ได้ผสานจุดแข็งด้านอาคารคลังสินค้าชั้นหนึ่งที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม ทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยีด้านคลังสินค้าที่ทันสมัยที่สุด เข้ากับทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของโลก ส่งผลให้ Istanbul กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศชั้นนำของโลก

thy_toofar

ยอดเยี่ยมและทันสมัย

อาคารคลังสินค้าแห่งใหม่ของ Turkish Cargo มีการปรับปรุงพัฒนาที่สำคัญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการรองรับสินค้าได้มากขึ้น ไปจนถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประสิทธิภาพการปฏิบัติการที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น อาคารปฏิบัติการหลังนี้มีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น 150 เปอร์เซ็นต์ มีพื้นที่ใช้สอย (ทั้งภายในเขตการบินและนอกเขตการบิน) รวมทั้งสิ้น 71,000 ตารางเมตร และสามารถรองรับสินค้าได้ทั้งสิ้นปีละ 1.2 ล้านตัน

ขณะเดียวกัน เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณสินค้า Turkish Cargo ได้ให้ความใส่ใจในการก่อสร้างพื้นที่รับสินค้าที่มีขนาดใหญ่และทันสมัย ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างยิ่งในการปรับปรุงประสิทธิภาพของการปฏิบัติการ กิจกรรมการรับและส่งสินค้าดำเนินการผ่านประตูขนถ่ายสินค้า 53 ประตู ซึ่งบางประตูถูกออกแบบขึ้นเพื่อการขนถ่ายสินค้าชนิดพิเศษโดยเฉพาะ อาคารยังติดตั้งสะพานปรับระดับที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สำหรับอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าระหว่างยานพาหนะที่มีประเภทและขนาดแตกต่างกัน นอกจากนี้ บริเวณจุดรองรับยานพาหนะมีขนาดความกว้างถึง 42 เมตร จึงสามารถลดความเสี่ยงด้านความแออัดในการจราจรและการควบคุม ไม่เพียงเท่านั้น กระบวนการรวบรวมและคัดแยกสินค้าภายในศูนย์ปฏิบัติการได้รับการปรับปรุงโดยมีจุดปฏิบัติการเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 2.5 เท่า

อาคารคลังสินค้าแห่งนี้มีพื้นที่จัดเก็บสินค้าแบบปิดขนาด 43,000 ตารางเมตร มีชั้นวางสำหรับจัดเก็บสินค้านำเข้าและส่งออกขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 2.5 เท่า ภายในอาคารติดตั้งเทคโนโลยีที่นับว่าใหม่และก้าวหน้ามากที่สุดในยุโรป โดยมีการนำเอาศาสตร์เทคโนโลยี Ergonomic Work Station (EWS) มาใช้ในการจัดทำปฏิบัติการที่เหมาะสม ซึ่งการจัดสถานที่ทำงานตามหลัก EWS นี้ทำให้การปฏิบัติการมีความยืดหยุ่น รวดเร็ว และง่ายขึ้น

Turkish Cargo_6_opt

นอกจากนี้ Turkish Cargo ยังได้ติดตั้งระบบชั้นวางที่ทันสมัย ซึ่งสามารถรองรับสินค้าได้มากกว่าเดิมถึงหกเท่า บริเวณพื้นที่จัดเก็บตู้ ULD ก็ได้รับการพัฒนาเช่นเดียวกัน โดยมีพื้นที่จัดสรรไว้ขนาด 700 ตารางเมตร และสามารถรองรับตู้ ULD ได้มากขึ้นจากเดิมสองเท่า และมีช่องขนถ่ายตู้ ULD จำนวน 57 ช่อง สามารถรองรับการจัดเก็บตู้ ULD ได้ 300 ตู้ และสามารถชั่งน้ำหนักตู้ได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงระบบ Elevating Transfer Vehicles (ETV) ที่สามารถรองรับการจัดเก็บตู้ ULD ได้อีก 200 ตู้

ภายในคลังสินค้ามีรถยกประเภท reach truck ที่สามารถยืดยกระดับได้ถึง 11 เมตร จำนวน 26 คัน และรถฟอร์คลิฟอีก 36 คัน โดย 21 คัน สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดสองตัน ขณะที่อีก 12 คัน สามารถรองรับได้สามตัน และสามคันที่เหลือสามารถรองรับน้ำหนักสินค้าได้สูงสุดห้าตัน และยังมีรถลากตู้ ULD อีกหกคันในปฏิบัติการปัจจุบัน

ภายในเดือนมกราคมปี 2016 นี้ Turkish Cargo จะยกระดับระบบ IT ภายในอาคารคลังสินค้านี้ เพื่อมอบการปฏิบัติการที่มีสิทธิภาพ ประสิทธิผล และง่ายต่อการควบคุมมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของสินค้าพิเศษ เช่น อาหารและยา แน่นอนว่าทางสายการบินฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่จัดเก็บพิเศษไว้โดยเฉพาะ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ไม่สามารถวางรวมไว้กับสินค้าอื่นๆ ในบริเวณพื้นที่จัดเก็บสินค้าทั่วไปได้ ไม่ว่าสินค้าของคุณจะเป็นสินค้าอันตราย สินค้ามีมูลค่าสูงพิเศษ หรือสินค้าที่มีความอ่อนไหวมาก สินค้าเหล่านี้จะได้รับการจัดเก็บไว้ในพื้นที่พิเศษซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับข้อจำกัดและความจำเพาะของสินค้าเหล่านี้โดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน เพื่อรองรับข้อกำหนดที่เคร่งครัดของตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น อุตสาหกรรมยาหรือเคมีภัณฑ์ Turkish Cargo ยังได้เพิ่มความสามารถในการรองรับสินค้าพิเศษเหล่านี้ด้วยพื้นที่จัดสรรไว้กว่า 3,000 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งเป็นห้องจัดเก็บสินค้าพิเศษประเภทต่างๆ ทั้งหมด 39 ห้อง รวมถึงห้องควบคุมความเย็นที่ถูกออกแบบขึ้นภายใต้อุณหภูมิที่แตกต่างกันสี่ระดับ ทั้งหมดนี้สำหรับรองรับสินค้าเก้าประเภท ประกอบด้วยสินค้าควบคุมความเย็น (ที่แบ่งเป็นสี่ระดับ) สัตว์มีชีวิต สินค้าอันตราย สินค้าที่เสี่ยงต่อการสูญหายหรือเสียหาย สินค้ามีมูลค่าสูง และสารกัมมันตภาพรังสี

นอกจากนี้ ในส่วนของการจัดการคลังสินค้า แม้ว่าทำเลที่ตั้งและพื้นที่สำหรับรองรับสินค้ามีความสำคัญ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือความปลอดภัย ซึ่งทาง Turkish Cargo ให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง ลูกค้าจึงสามารถวางใจได้ว่าสินค้าของพวกเขาจะมีความปลอดภัยแน่นอนเมื่ออยู่ในความดูแลของ Turkish Cargo รวมถึงในทุกพื้นที่ปฏิบัติการของสายการบินฯ ไม่ว่าจะภายในเขตการบินซึ่งเป็นพื้นที่เปิดหรือภายนอกเขตการบิน ทุกจุดล้วนอยู่ภายใต้การสอดส่องดูแลด้วยกล้องวงจรปิดตลอดเวลาทั้งนี้ กล้องวงจรปิดทั้ง 330 ตัว ได้รับการติดตั้งไว้ทุกภื้นที่ภายในศูนย์ปฏิบัติการ สำหรับบันทึกเหตุการณ์ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าทุกพื้นที่ตั้งแต่บริเวณจัดเก็บสินค้าพิเศษไปจนถึงเขตสำนักงานล้วนมีความปลอดภัย

ด้วยอาคารคลังสินค้าแห่งใหม่นี้ Turkish Cargo สามารถเพิ่มความสามารถในการขนถ่ายและจัดเก็บสินค้าได้ถึง 150 เปอร์เซ็นต์ โดยในเบื้องต้นสามารถรองรับสินค้าได้ปีละ 1.2 ล้านตัน ซึ่งจะยังคงเพียงพอจนกระทั่งก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งที่สามของกรุง Istanbul ระยะที่หนึ่งแล้วเสร็จ ศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่นี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานของสายการบินฯ ด้วยพื้นที่รองรับสินค้าที่มากขึ้น แต่ยังนำมาซึ่งกระบวนการที่กระชับและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความยอดเยี่ยมในการปฏิบัติการและความพึงพอใจยิ่งขึ้นของลูกค้า นอกจากการลงทุนที่อาคารคลังสินค้าแห่งใหม่ที่ท่าอากาศยาน Ataturk นี้แล้ว Turkish Cargo กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการที่ท่าอากาศยานแห่งใหม่ด้วย โดยสายการบินฯ ให้การสนับสนุนอย่างจริงจังต่อแผนแม่บทสำหรับโครงการดังกล่าว และได้เริ่มศึกษาถึงรายละเอียดของการจัดตั้งและผลักดันสู่เมืองศูนย์กลางการขนส่งสินค้า (cargo city) ด้วยแผนการเติบโตเบื้องต้นสำหรับปี 2013 และต่อเนื่องจนถึงทศวรรษ 2040