aerospace logistics

โลจิสติกส์อากาศยาน: ยิ่งใหญ่และท้าทายยิ่งกว่า

การขนส่งสินค้าอากาศยานนับเป็นกลุ่มตลาดบริการขนส่งสินค้าที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงอีกหนึ่งตลาด อีกทั้งยังมีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้าในตลาดหลายรายจะหันมาให้ความสนใจ หากแต่ความท้าทายของการให้บริการขนส่งสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมนี้ ก็มีสูงพอๆ กับมูลค่าของบริการ ส่งผลให้ผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้าหลายรายยังลังเลที่จะก้าวมาเป็นผู้เล่นในตลาดมูลค่าสูงกลุ่มนี้

วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปดูกันว่าอะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจการขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัสดุอากาศยานนั้นมีความท้าทายสูง เหตุใดผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้ากลุ่มธุรกิจนี้จึงจำเป็นต้องมีศักยภาพในการจัดการขนส่งสูงมาก รวมไปถึงข้อจำกัดอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ

ทะยานสู่อนาคต

สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมอากาศยาน มีหลากหลายรูปแบบ อาทิ เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินรบ และเฮลิคอปเตอร์ รวมไปถึงอะไหล่ และชิ้นส่วนทดแทนต่างๆ ซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าสูง ที่ต้องการการดูแล จัดการ ลำเลียง และการขนส่งที่มีศักยภาพและความปลอดภัยสูง โดยการขนส่งสินค้าเหล่านี้มีแนวโน้มจะทวีความต้องการมากขึ้นตามจำนวนเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยภายในปี 2030 จะมีการส่งมอบเครื่องบินใหม่มากกว่า 31,000 ลำ ซึ่งแน่นอนว่าความต้องการใช้บริการในการจัดการขนส่งสินค้าตลอดซัพพลายเชนจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินซึ่งผลิตจากโรงงานซึ่งกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ เพื่อนำไปประกอบตัวเครื่องบินลำใหม่ หรือการนำส่งชิ้นส่วนทดแทนหรืออะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์เหล่านี้มีตั้งแต่น็อตชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ความ เชี่ยวชาญพิเศษในการลำเลียงและขนส่งมากเป็นพิเศษ

aero-1

เอาชนะความท้าทาย

การขนส่งชิ้นส่วนอากาศยานนั้นสามารถขนส่งได้ทั้งทางอากาศ ทางเรือ บริการขนส่งเร่งด่วน (Courier-on-board) รวมไปถึงการส่งสินค้าอากาศยานภาคพื้นดิน (Aircraft-on-ground) ซึ่งมีความท้าทายที่แตกต่างจากการจัดการขนส่งและโลจิสติกส์ประเภทอื่นๆ ดังนั้น ผู้ให้บริการต้องมีความพร้อมในการจัดการ การวางแผนขั้นตอนต่างๆ รวมไปถึงศักยภาพในการบริการจัดการปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • การสื่อสาร

การสื่อสารที่เข้มแข็งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้การกระบวนการต่างๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างลื่นไหล นับตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การประสานงาน การดำเนินการรับสินค้า คลังสินค้า ขนส่งสินค้า และทุกๆ ขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนและดำเนินการในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างว่องไว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ

  • เวลา

ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เวลาเป็นสิ่งสำคัญ จนสามารถใช้คำว่า ‘ทุกวินาทีมีค่า’ ได้เต็มปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งสินค้าอากาศยาน ซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าสูงและมีความสำคัญต่อยานพาหนะนั้นๆ เป็นอย่างมาก ลองนึกภาพเล่นๆ ดูว่า หากความล่าช้านั้นเกิดขึ้นในกระบวนการนำส่งชิ้นส่วนเพื่อซ่อมแซมเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากเพียงใด หากการนำส่งชิ้นส่วนทดแทนสำหรับเครื่องบินไม่ครบถ้วน จนทำให้การซ่อมแซมล่าช้าเพิ่มขึ้นจะเกิดความเสียหายอะไรบ้าง? ดังนั้นปัจจัยด้านเวลาจึงเป็นความท้าทายที่ผู้ให้บริการจะต้องประสบโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ให้บริการจึงจำเป็นต้องบริหารและจัดการเวลาให้ดีที่สุด

  • การจัดการคลังสินค้า

นอกเหนือจากความเร่งด่วนในการขนส่ง การจัดเก็บสินค้าตลอดกระบวนการขนส่งถือเป็นอีกขั้นตอนที่ต้องได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องมีการวางแผนเตรียมรับมือสำหรับการคลังสินค้าในกรณีฉุกเฉินให้รัดกุม หากขั้นตอนการขนส่งเกิดความล่าช้าหรือไม่สามารถนำส่งไปถึงปลายทางได้ จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร

  • บุคลากร

ในการขนส่งสินค้าอากาศยาน จำเป็นต้องได้รับการดูแลและควบคุมกระบวนการลำเลียง จัดเก็บ และดูแลรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในตัวสินค้าหรือชิ้นส่วนที่จะมีการนำส่ง เนื่องจากสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ต้องได้รับการจัดการที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ดังนั้นพนักงานหรือผู้ดูแลสินค้าในทุกขั้นตอนควรเป็นผู้มีประสบการณ์หรือได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถจัดการกับสินค้าเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการสิ้นเปลืองเวลาโดยไม่จำเป็น

  • แผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

การจัดส่งชิ้นส่วนอากาศยานก็เช่นเดียวกับการขนส่งสินค้าชนิดอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ หากแต่การเตรียมความพร้อมและการรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่างหากที่ถือเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับบริการ และที่สำคัญยังเป็นการลดปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา เช่น ความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการขนส่งล่าช้า หรือชิ้นส่วนเสียหาย

  • กฎระเบียบ

เนื่องจากอุตสาหกรรมอากาศยานเป็นอุตสาหกรรมที่มีกฎเกณฑ์ละเอียดและซับซ้อน ในการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผู้ให้บริการจำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายในการขนส่ง การนำสินค้าเข้า-ออกแต่ละประเทศ รวมไปถึงกฎเกณฑ์ด้านภาษี ข้อตกลง ทางการค้า กฎหมายสิ่งแวดล้อม และกฎหมาย อื่นๆ อีกด้วย

อนาคตของกิจกรรมโลจิสติกส์อากาศยาน

Mr. Jérôme Le Grand ผู้อำนวยการฝ่ายอากาศยานระดับโลก SDV ให้ความเห็นเกี่ยวกับศูนย์กลางการปฏิบัติการการขนส่งสินค้าอากาศยาน และแนวโน้มในอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ว่า

Mr. Jérôme Le Grand

Mr. Jérôme Le Grand, Global Aerospace Director, SDV

“เนื่องจากอุตสาหกรรมอากาศยานเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในทุกภูมิภาคทั่วโลก ดังนั้นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าประเภทนี้จึงเกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานขนาดใหญ่หลายๆ แห่งทั่วโลกเช่นเดียวกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าศูนย์กลางการบินเหล่านี้ก็ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายชิ้นส่วนอากาศยาน เครื่องยนต์ หรือแม้กระทั่งระบบต่างๆ ไปยังท่าอากาศยานที่มีขนาดเล็กลงไปอีก หรือแม้กระทั่งการขนส่งสินค้าไปยังท่าอากาศยานในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีการปฏิบัติการเครื่องบินลำตัวแคบ เครื่องบินใบพัด หรือแม้กระทั่งเฮลิคอปเตอร์ เช่นเดียวกัน

หากมองเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์ถือเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค แต่อย่างไรก็ตามภูมิภาคนี้ยังมีศูนย์ปฏิบัติการการบินอื่นๆ ที่สำคัญกระจายอยู่ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งภูมิภาคนี้ถือเป็น 1 ใน 5 ภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงสุดสำหรับการขนส่งสินค้ากลุ่มอากาศยานของ SDV และเชื่อว่าจะขยับมาเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในอนาคตอันใกล้นี้”

“ด้วยประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอากาศยานมากกว่า 30 ปี บวกเข้ากับสายเลือดแห่งการให้บริการที่เข้มข้น และค่านิยม ‘can do’ ขององค์กร ทำให้ SDV สามารถให้บริการที่มีคุณภาพได้อย่างลงตัวตลอดซัพพลายเชนมูลค่าสูงกลุ่มนี้”

Jessica Fong

Ms. Jessica Fong, General Manager – Aerospace, Kuehne-Nagel Southeast Asia

ในทำนองเดียวกัน Ms. Jessica Fong ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายอากาศยานประจำภูมิภาคเอเชียใต้ บริษัท Kuehne-Nagel ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของธุรกิจขนส่งสินค้าอากาศยานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า “ภูมิภาคนี้ทำหน้าที่เป็นประตูทางผ่านสู่เอเชีย โดยมีศักยภาพในการขนส่งทั้งทางอากาศและทางทะเล การเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอื่นๆ และการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบันเราก็กำลังจับตามองประเทศไทยอยู่เป็นพิเศษ เนื่องจากรัฐบาลไทยได้เริ่มการลงทุนเพื่อหนุนให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านอากาศยานอีกแห่งหนึ่ง”

“สำหรับ Kuehne + Nagel เรามีจุดแข็งสำหรับบริการ Aerospace Logistics หลายด้าน เนื่องจากบริษัทฯ มีฐานการให้บริการทั่วโลกซึ่งครอบคลุมถึงการจัดการขนส่งสินค้า กลุ่มสินค้า OEM และ MRO รวมไปถึงการปฏิบัติการการบิน และบริษัทฯ สามารถสนับสนุนงานอากาศยานด้านอื่นๆ ด้วยบริการ ‘Supply the Sky’ และ KN EngineChain ของบริษัทฯ ซึ่งให้บริการโดยทีมงานที่มีคุณภาพและผ่านการฝึกอบรมจนมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการกับสินค้าประเภทนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าอากาศยานมีกฎระเบียบสูงมาก”
แม้จะเป็นตลาดที่มีความท้าทายสูง ด้วยปัจจัยหลายต่อหลายด้านดังที่ได้เอ่ยถึงในเบื้องต้น หากแต่ศักยภาพและทิศทางในอนาคตของตลาดก็ดูจะดึงดูดผู้เล่นในตลาดทั้งรายเก่าและรายใหม่ให้ลงเล่นไม่ใช่น้อย จึงต้องยอมรับว่าตลาด Aerospace Logis-tics ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก เป็นอีกกลุ่มตลาดที่ น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในชั่วโมงนี้