facebook_pixel

BFS นำความหวังสู่สังคม

นับเป็นเวลาหกปีติดต่อกันที่บริษัท Bangkok Flight Services (BFS) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท Worldwide Flight Services และ สายการบิน Bangkok Airways ได้จัดงานกาล่าดินเนอร์ภายใต้ชื่อว่า ‘Bangkok Flight Services Cargo Awards Gala Dinner’ เป็นประจำทุกปี โดยทาง BFS ไม่เพียงจัดงานเลี้ยงดังกล่าวเพื่อเป็นการขอบคุณพันธมิตรและผู้ใช้บริการที่ให้การสนับสนุน BFS อย่างจริงใจเท่านั้น แต่ยังมีวัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอีกด้วย

BFS ได้จัดงานกาล่าดินเนอร์ขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสากกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศทั้งในและต่างประเทศ โดยในปีนี้ ทางบริษัทฯ จะจัดงานเลี้ยงขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรม Marriot Sukhumvit การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงเพื่อเป็นการกล่าวขอบคุณพันธมิตรเท่านั้น แต่ BFS จัดงานเลี้ยงดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการระดมเงินช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ หรือ Foundation for Slum Child Care อีกด้วย

โดยมูลนิธิดังกล่าวเป็นมูลนิธิช่วยเหลือเด็กอ่อนภายในการอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อช่วยเหลือเด็กอ่อนในชุมชนแออัด โดยปัจจุบัน ทางมูลนิธิฯ มีศูนย์รับเลี้ยงเด็กทั้งหมดสี่แห่งด้วยกัน โดยทาง BFS ได้ให้การสนับสนุนด้วยการช่วยระดมทุนเพื่อช่วยเหลือตั้งแต่ปี 2012 อีกทั้ง ยังช่วยสร้างอาคารหลังใหม่ในชุมชนแออัดบริเวณใกล้กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีกด้วย และคาดการณ์ว่า อาคารหลังใหม่จะสามารถเปิดให้บริการและดูแลเด็กๆ ได้ในปี 2016 นี้ โดยสามารถรองรับเด็กๆ ในชุมชนได้ราว 100-200 คน

IMG_0249

Mr. David Ambridge ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายงานคลังสินค้า บริษัท Bangkok Flight Services ให้ความช่วยเหลือมูลนิธิฯ มาโดยตลอดและทราบข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการระดมทุนและก่อสร้างอาคารหลังใหม่แล้ว แต่ทางมูลนิธิฯ ยังคงต้องการการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการและเปิดศูนย์รับดูแลเด็กได้ต่อไปในอนาคต โดยทาง BFS มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและช่วยเหลือมูลนิธิฯ ในระยะยาวเช่นกัน โดยไม่เพียงให้การสนับสนุน แต่ยังช่วยเหลือศูนย์รับเลี้ยงเด็กของมูลนิธิฯ ในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ด้วยความช่วยเหลือของ BFS ทำให้ทางมูลนิธิฯ ได้รับเงินสนับสนุนเป็นจำนวนหลายล้านบาท โครงการดังกล่าว ไม่เพียงแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของ BFS เท่านั้น แต่รวมถึงความร่วมมือและการช่วยเหลือจากบุคลากรในอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศอีกด้วย โดยมูลนิธิฯ คาดหวังว่า จะยังคงมีการสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดอนาคตให้กับเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในในชุมชนแออัด

เรามองว่า การช่วยเหลือสังคมถือเป็นหน้าที่ของเรา การช่วยเหลือเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสจริงๆ เราเชื่อว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

นิตยสาร AFL ฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก Mr. David Ambridge ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายงานคลังสินค้า บริษัท BFS ในการพูดคุยเกี่ยวกับมูลนิธิช่วยเหลือเด็กอ่อนในสลัมฯ อีกครั้ง โดย Mr. Ambridge ได้ให้การช่วยเหลือมูลนิธิฯ มาตั้งแต่ต้นและทราบข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเป็นอย่างดี

A Dream Fully Realized

นับเป็นเวลาหกปีที่ทาง BFS นำโดย Mr. Ambridge ได้ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนการก่อสร้างอาคารดูแลเด็กหลังใหม่ให้กับมูลนิธิดูแลเด็กอ่อนในสลัมฯ โดย Mr. Ambridge กล่าวว่า “แม้ว่าอาคารหลังใหม่จะใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ปัจจุบันก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมจะรับเด็กๆ เข้ามาดูแลแล้ว ตอนนี้เราเหลือเพียงขั้นตอนการตกแต่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย จากนั้นเราจะสามารถเปิดให้บริการได้ ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่าที่วางแผนไว้ แต่เราก็ภาคภูมิใจที่ในที่สุดอาคารหลังใหม่จะได้เปิดให้บริการได้ เรามองว่า การช่วยเหลือสังคมถือเป็นหน้าที่ของเรา เราไม่ได้ทำเพื่อประชาสัมพันธ์องค์กร แต่เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสจริงๆ เราเชื่อว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”

หลังจากที่ Mr. Ambridge ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในชุมชนแออัดแล้ว ก็ทราบได้ทันทีว่าต้องทำการช่วยเหลือ โดย Mr. Ambridge กล่าวว่า “เด็กๆ ในชุมชนแออัดเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราอย่างมาก และพวกเขาสมควรจะได้รับโอกาสนั้น ผมได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสชุมชนแออัดที่พวกเขาอาศัยอยู่ และตระหนักได้ทันทีว่าเราควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือพวกเขา เด็กๆ เหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือและเราก็ควรจะมอบสิ่งนั้นให้พวกเขา ผมเชื่อว่า ความช่วยเหลือที่เรามอบให้จะเป็นการมอบโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่ช่วยให้พวกเขาได้หลุดออกจากความลำบากที่เผชิญในชีวิต แม้ว่าพวกเขาจะได้ออกจากชุมชนเพื่อมาอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า คุณครูที่ให้การดูแลและเลี้ยงเด็กๆ ที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กต่างก็รักและเอ็นดูพวกเขามาก ความช่วยเหลือของผมที่ให้กับมูลนิธิฯ เป็นการช่วยเหลืออย่างจริงใจ ผมเพียงต้องการมอบสิ่งดีๆ ให้พวกเขา ผมรู้สึกชื่นชมคุณครูที่ดูแลศูนย์รับเลี้ยงเด็กเป็นอย่างมาก พวกเขาดูแลเด็กๆ ทุกวันอย่างเต็มใจและไม่เหน็ดเหนื่อย”

IMG_8051

“เด็กๆ ในชุมชนแออัดเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราอย่างมาก และพวกเขาสมควรจะได้รับโอกาสนั้น”

ภายหลังจากการสัมภาษณ์ Mr. Ambridge ทางนิตยสารฯ ก็ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสพื้นที่ชุมชนแออัดเช่นกัน โดยบรรยากาศภายในนั้นเป็นไปอย่างที่ Mr. Ambridge ได้บอกกับเราทุกประการ โดยในบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ทิ้งขยะ แต่เด็กๆ กลับวิ่งเล่นในบริเวณนั้นอย่างสนุกสนาน เนื่องจากพวกเขาเห็นว่า พื้นที่นี้เป็นสนามเด็กเล่นสำหรับพวกเขา

IMG_7531

คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ ประธานมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ภายใต้การอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (Foundation for Slum Child Care: FSCC)

ในการเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ให้ครั้งนี้ เรายังได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ ประธานมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ อีกด้วย โดยได้สอบถามถึงวิสัยทัศน์และความคิดเห็นในการดูแลโครงการดังกล่าว คุณหญิงวงจันทร์ กล่าวว่า “พ่อแม่ทุกคนย่อมต้องการมอบโอกาสและสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของตน แต่บางคนก็ไม่มีโอกาสมากขนาดนั้น” คุณหญิงวงจันทร์ กล่าวเสริมว่า “เด็กๆ ที่อาศัยอยู่บนกองขยะในชุมชนแออัดนั้น พวกเขาไม่มีของเล่นให้เล่น หรือบางครั้งก็ไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ให้ใส่ พวกเขาต้องอาศัยอยู่บนพื้นที่ทิ้งขยะ และบ่อยครั้งที่เราพบว่า พวกเขาหาของกินจากในกองขยะนั้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งของกินเหล่านั้นคือของกินที่เน่าเสียและหมดอายุแล้ว ในความเป็นจริง ไม่มีเด็กคนไหนสมควรจะเติบโตและใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่ทิ้งขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางครั้งเด็กๆ เหล่านี้ต้องอยู่เพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก บ่อยครั้งเราพบว่า ลูกคนโตต้องอยู่ดูแลน้องๆ เวลาพ่อแม่ออกไปข้างนอก นั่นหมายความว่า เด็กคนนั้นได้สูญเสียโอกาสในการเรียนหนังสือไปแล้ว อาคารหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้างของเรา มีชื่อว่า ‘บ้านแห่งความหวัง’ โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถดูแลเด็กๆ ได้มากขึ้น และจะเป็นส่วนช่วยในการหยุดวงจรความลำบากของเด็กๆ เหล่านี้ได้ ทาง BFS และ Mr. Ambridge ได้ให้ความช่วยเหลือมูลนิธิฯ อย่างดีมาโดยตลอด ทางมูลนิธิฯ ไม่รู้จะตอบแทนความช่วยเหลือที่ได้รับนี้อย่างไร เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บ้านแห่งความหวังหลังใหม่ของเรา จะก่อสร้างเสร็จในเร็ววัน ทั้งคุณครูและเด็กๆ ต่างก็เฝ้ารอที่จะให้อาคารหลังใหม่เสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้งานได้”

ทั้งนี้ คุณหญิงวงจันทร์ มีความเห็นว่า บ้านแห่งความหวังหลังใหม่ไม่เพียงเปรียบเสมือนแสงสว่างให้แก่เด็กๆ ในชุมชนแออัด แต่ยังเป็นแสงสว่างให้กับคุณครูในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย คุณหญิงวงจันทร์ กล่าว่า “ทางมูลนิธิฯ ของเรามีประสบการณ์ในการดูแลเด็กอ่อนมาเป็นเวลาหลายปี เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่ออาคารหลังใหม่สร้างเสร็จแล้ว เราจะสามารถแบ่งพื้นที่ในชั้นบนของศูนย์รับเลี้ยงเด็กให้เป็นห้องอบรมและฝึกสอนคุณครูจากพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้ โดยจะสามารถแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้แก่คุณครูที่มาจากจังหวัดอื่นๆ ให้ได้มากที่สุด” คุณหญิงวงจันทร์ กล่าวเสริมว่า “ทาง BFS ให้การช่วยเหลือมูลนิธิฯ เป็นอย่างมาก เรายินดีกับความช่วยเหลือนี้เป็นอย่างมาก ทาง BFS ถือเป็นผู้สนับสนุนและผู้ช่วยเหลือหลักของทางมูลนิธิฯ ด้วยความช่วยเหลือเหล่านี้ ทำให้เราได้รับอาคารหลังใหม่ ซึ่งเป็นทั้งศูนย์ดูแลเด็กและยังเป็นโรงเรียนให้แก่คุณครูได้เข้ามาเรียนรู้อีกด้วย อาคารหลังใหม่จะมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และมีความพร้อมในการดูแลเด็กๆ มากกว่าเดิม”

Continued Support

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาคารหลังใหม่ใกล้จะเปิดให้บริการแล้ว ทาง BFS ก็ยังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนโครงการอื่นๆ และให้การดูแลมูลนิธิฯ ในระยะยาวอีกด้วย เนื่องจากทางมูลนิธิฯ ยังต้องการความช่วยเหลือในอีกหลายด้าน เด็กๆ ที่อาศัยในชุมชนแออัดเหล่านี้ต้องการศูนย์ดูแล ต้องการอาหาร กิจกรรม และการศึกษา รวมถึงให้ความรู้และแนะนำผู้ปกครองของเด็กให้ทราบถึงวิธีการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง

IMG_8080

ปัจจุบัน ศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนสามารถดูแลเด็กได้จำกัด อาคารหลังใหม่ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก BFS และบุคลากรในอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศจะทำให้มูลนิธิฯ สามารถดูแลเด็กๆ ได้เพิ่มขึ้นราว 100-200 คน

ทาง BFS หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เด็กๆ จะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพใจแข็งแรง และเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตได้ Mr. Ambridge กล่าวว่า “พันธมิตรและลูกค้าในอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศของเราให้การช่วยเหลือเรามาโดยตลอด และพวกเราก็มุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนมูลนิธิฯ ต่อไป เราทุกคนโชคดีมากที่ได้รับการศึกษาที่ดี มีครอบครัวที่รักและให้การสนับสนุนเรา รวมถึงมีอาหารเพียงพอในทุกๆ มื้อ ถึงกระนั้น บางครั้งเรากลับมองข้ามและไม่เห็นคุณค่าของสิ่งดีๆ นี้เท่าที่ควร เด็กๆ ที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก ทางเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความช่วยเหลือพวกเขาอย่างสุดความสามารถ อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กๆ ในชุมชนแออัดในอีกหลายพื้นที่ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่”

ผมเชื่อมั่นว่า เด็กๆ ทุกคนควรได้รับโอกาส และถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะช่วยเหลือและมอบโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพวกเขาอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะมอบให้ได้ เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสและศักยภาพการเติบโตอย่างเต็มที่

Mr. Ambridge กล่าวเสริมว่า “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะมีที่ดินเพิ่มเพื่อการขยายและพัฒนาศูนย์รับเลี้ยงเด็กในอนาคตต่อไป โดยเป้าหมายต่อไปของเราคือ การสร้างสนามเด็กเล่นและอาคารหลังใหม่ในพื้นที่อื่นๆ เพื่อดูแลเด็กก่อนวัยเรียน และเพื่อให้พวกเขาได้รับการศึกษา ผมภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับความช่วยเหลือที่ได้มอบให้พวกเขา รวมถึงความช่วยเหลือที่ผมจะมอบให้ในอนาคต การมอบโอกาสทางการศึกษาให้เด็กเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่อยู่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต และยังเป็นการมอบโอกาสในการเติบโตเพื่อการมีชีวิตที่ดีในอนาคตอีกด้วย ผมเชื่อมั่นว่า เด็กๆ ทุกคนควรได้รับโอกาส และถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะช่วยเหลือและมอบโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพวกเขาอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะมอบให้ได้ เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสและศักยภาพการเติบโตอย่างเต็มที่”
IMG_8039


ร่วมบริจาคให้กับเด็กด้อยโอกาสในมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ได้ที่ www.fscc.or.th