IMG_6658

DHL ผู้นำด้านบริการลีดโลจิสติกส์

ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำของโลก ที่มีเครือข่ายการขนส่งสินค้าทั่วโลกและมีการให้บริการขนส่งที่หลากหลาย เช่น การขนส่งสินค้า การบริหารจัดการซัพพลายเชนและการขนส่งพัสดุภัณฑ์ด่วน DHL ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่หลายท่านอาจยังไม่รู้จักมากนักอย่างการเป็นผู้ให้บริการลีดโลจิสติกส์ (Lead Logistics Partners หรือ LLP) ให้แก่ลูกค้า

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการลีดโลจิสติกส์ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า 4PL หรือ Fourth Party Logistics Provider คือ บริษัทที่เป็นคนกลางคอยเชื่อมต่อประสานงานระหว่างลูกค้ากับ 3PL หลายๆ ราย ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการคิดค้นโดยบริษัท Andersen Consulting ซึ่งปัจจุบันคือบริษัท Accenture โดยผู้ให้บริการลีดโลจิสติกส์ถูกให้คำจำกัดความว่า “ผู้ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ รวมไปถึงการจัดการและใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทั้งในองค์กรของตนเองและองค์กรของลูกค้า เพื่อที่จะออกแบบและสร้างโซลูชั่นด้านซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ” พูดง่ายๆ คือ 4PL เป็นผู้ที่ประสานงานด้านกิจกรรมต่างๆ ของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบ 3PL

IMG_6695

Mr. Edwin Pinto หัวหน้าฝ่ายขายบริษัท DHL Global Forwarding (Thailand)

นิตยสาร LM ฉบับนี้ เราได้รับเกียรติจาก Mr. Edwin Pinto หัวหน้าฝ่ายขายบริษัท DHL Global Forwarding (Thailand) และ คุณสุเทพ ธรรมธาดา หัวหน้าฝ่ายขนส่งสินค้าทางทะเล บริษัท DHL Global Forwarding (Thailand) มาร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการด้านลีดโลจิสติกส์ และผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการใช้บริการ LLP หรือ 4PL

IMG_6701

คุณสุเทพ ธรรมธาดา หัวหน้าฝ่ายขนส่งสินค้าทางทะเล บริษัท DHL Global Forwarding (Thailand)

ขณะที่ผู้ให้บริการ LLP ส่วนใหญ่ ทำหน้าที่ในการเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า แต่บริการของ DHL นั้นเป็นการให้บริการที่ก้าวไปอีกระดับ โดย DHL มุ่งเน้นการลงมือช่วยฝึกให้การปฏิบัติการของลูกค้าสามารถสัมฤทธิ์ผลได้จริงหรือที่ DHL เรียกว่า Operationalize นั่นหมายความว่า DHL ไม่ได้เป็นเพียงผู้วิเคราะห์ระบบซัพพลายเชนให้แก่ลูกค้า และหาวิธีการปฏิบัติการที่เหมาะสมและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้การปฏิบัติการที่สามารถเกิดประโยชน์ได้จริง “เราไม่ได้แค่บอกกับลูกค้าว่าทำอะไร แต่เรามีการผสมผสานประสบการณ์การทำงานของเราและการให้คำปรึกษาในการปฏิบัติงาน ซึ่งเราไม่ได้แค่ช่วยคิดอย่างเดียว เราช่วยลงมือทำด้วย” Mr. Pinto กล่าว โดยแนวทางการปฏิบัตินั้นสามารถปฏิบัติการได้สองวิธี วิธีแรก คือ ให้ทีมงานของ DHL เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการทั้งหมดตามความต้องการของลูกค้า หรือวิธีการที่สอง คือ ให้ทีมงานของ DHL ทำงานร่วมกับทีมงานของลูกค้าในขั้นตอนการดำเนินการ ในกระบวนการนี้ทีมงานของ DHL จะถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินการให้แก่ทีมงานของลูกค้าได้อย่างราบรื่นและไร้รอยต่อบริการลีดโลจิสติกส์ นับเป็นบริการที่จะก่อให้เกิดผลดีมากที่สุดแก่บริษัทที่มีระบบซัพพลายเชนที่ซับซ้อน ทั้งในส่วนของโลจิสติกส์ขาเข้าและขาออก ที่มีการปฏิบัติการที่กระจายอยู่ในหลายประเทศ และมีซัพพลายเออร์ที่หลากหลาย ตัวอย่างที่ดีคือ ผู้ผลิตรถยนต์ ที่มีการนำเข้าชิ้นส่วน วัตถุดิบทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องวางลำดับเวลาที่ถูกต้องตามกระบวนการการผลิต อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าจะมีกระบวนการซัพพลายเชนที่ไม่ซับซ้อน การให้บริการด้านลีดโลจิสติกส์ ก็ยังสามารถช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการได้ และลูกค้าสามารถมุ่งเน้น ที่กิจกรรมหลักของตนเองได้ดียิ่งขึ้น “DHL จะเป็นผู้จัดการความเสี่ยงและปัญหาต่างๆ เอง ดังนั้นลูกค้าจะสามารถโฟกัสในการทำงานที่พวกเขาถนัดที่สุดได้” Mr. Pinto กล่าว

“ที่กรุงเทพฯ เรามีทั้งทีมงานที่มีประสบการณ์พร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี นอกจากนี้หากเราต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เรายังมีเครือข่ายการทำงานที่ครอบคลุมทั่วโลกที่สามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา” คุณสุเทพ กล่าว “เรามีเครื่องมือต่างๆ มากมายที่เราสามารถนำมาใช้สร้างประโยชน์แก่ซัพพลายเชนได้” ด้วยสำนักงานทั่วโลกที่มีอยู่บวกกับความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับบริษัทต่างๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม DHL สามารถนำความรู้ที่สั่งสมมาและรูปแบบการทำงานแบบ best logistics practices มาสู่ลูกค้าได้ “ด้วยการให้บริการด้านลีดโลจิสติกส์ เราสามารถแบ่งปันความรู้กับลูกค้าของเราได้ บ่อยครั้งที่เราตระหนักดีว่า เส้นทางใดจะมีความรวดเร็วกว่าหรือกระบวนการใดจะมีประสิทธิภาพและช่วย ลดต้นทุนได้มากกว่า ฐานข้อมูลความรู้ที่เรามีอยู่ทั่วโลก ทำให้เราสามารถช่วยเหลือและแบ่งปันความรู้เหล่านี้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ผู้ให้บริการ 4PL รายอื่นๆ อาจจะให้บริการแค่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง คือ เป็นผู้ให้คำปรึกษาหรือให้การบริการโดยมีประสบการณ์ที่จำกัด”

DHL มุ้งเน้นในสิ่งที่ในการปฏิบัติการได้จริงกับซัพพลายเชนที่มีความซับซ้อนที่อยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทาย ซึ่งทีมงานของเราสามารถจัดการแก้ปัญหาและค้นหาโซลูชั่นได้อย่างรวดเร็ว

เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ลูกค้าต้องการให้เกิดขึ้นได้จริง โดยใช้ทรัพยากรจากทั่วโลกของเรา เพื่อให้ขั้นตอนการปฏิบัติการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับกระบวนการด้านลีดโลจิสติกส์นั้น สามารถดำเนินการโดยลูกค้าติดต่อขอคำปรึกษาจากทีมงานด้านลีดโลจิสติกส์ของ DHL จากนั้นบริษัทฯ จะวิเคราะห์ซัพพลายเชนและมองหาช่องทางที่มีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า แต่ถ้าหากไม่มีสิ่งไหนที่ต้องปรับปรุงการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือหากซัพพลายเชนของลูกค้ามีประสิทธิภาพสมบูรณ์แล้วทาง DHL จะไม่เสนอให้ลูกค้าทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ หากไม่เกิดประโยชน์แก่ซัพพลายเชน “เราจะไม่แนะนำให้ลูกค้าเปลี่ยนแปลงระบบใดๆ หากระบบของลูกค้าสมบูรณ์แบบดีอยู่แล้ว ” Mr. Pinto กล่าว “สำหรับการให้บริการด้านลีดโลจิสติกส์ เราทำงานอย่างเต็มที่เพื่อลูกค้าอย่างแท้จริง หากบริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์ระบบซัพพลายเชนของลูกค้าและพบวิธีหรือช่องทางที่เหมาะสม DHL ก็จะให้คำแนะนำแก่ลูกค้าว่าตรงไหนที่ควรปรับปรุง” dhl_supplychain_automotive

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริการลีดโลจิสติกส์ของ DHL นั้น แตกต่างจากการขนส่งสินค้าทางอากาศหรือทางทะเลโดยทั่วไป แต่เป็นการกำหนดราคาโดยบวกเพิ่มจากต้นทุน (cost plus model) หรือการคิดเปอร์เซ็นต์จากต้นทุนที่ลดลงไปในซัพพลายเชน

Mr. Pinto กล่าว “เรายินดีที่จะพูดคุยกับลูกค้าทุกประเภทที่คิดว่าซัพพลายเชนของตนเองนั้นจะได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการโลจิสติกส์ที่มีความซับซ้อนน้อยลงไม่ว่าลูกค้านั้นจะเป็นบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่หรือเป็นบริษัทเล็กๆ ในท้องถิ่นก็ตาม”

ในฐานะผู้ให้บริการลีดโลจิสติกส์ DHL จะให้บริการโดยเน้นความสำคัญกับผลประโยชน์ของลูกค้ามากที่สุด โดยนโยบายของบริษัทฯ คือการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั้งหมดที่บริษัทฯ แนะนำและบริหารจัดการโดย DHL สามารถนำเสนอบริการด้านโลจิสติกส์ของบริษัทฯ ให้แก่ลูกค้าแต่บริษัทฯ จะเปรียบเทียบบริการของผู้ให้บริการรายอื่นก่อน เพื่อหาบริการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด “เราอาจมองหาบริษัท 3PL หรือผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่สามารถจัดหาบริการที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าในแต่ละเส้นทางการค้า” คุณสุเทพ กล่าว “ถ้าหากบริการนั้นๆ เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า เราก็ยินดีที่จะแนะนำให้ลูกค้าไปใช้บริการนั้น” DHL ทำงานร่วมกับลูกค้าทั้งในกระบวนการจัดการ การติดตามผลการดำเนินงานและผล KPI ของผู้ให้บริการทั้งหมด ซึ่ง DHL ควบคุมการตรวจสอบดังกล่าวอย่างโปร่งใส IMG_6642

จากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น บริษัทแต่ละแห่งประสบกับแรงกดดันในการลดต้นทุนให้ได้ต่ำที่สุด ซึ่งท้ายที่สุดแล้วงานโลจิสติกส์อาจเป็นช่องทางสุดท้ายที่ลูกค้ารีดประสิทธิภาพ และลดต้นทุนในซัพพลายเชนได้อย่างแท้จริง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

DHL’s LLP Service

DHL เข้าใจถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ เคมี พลังงาน วิศวกรรม อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ความสำเร็จในการให้บริการลีดโลจิสติกส์ เกิดจากการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และการบริหารจัดการ ร่วมกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นการส่งมอบคุณค่าให้แก่ธุรกิจของลูกค้า รวมไปถึงการนำทักษะและประสบการณ์การทำงานอันหลากหลายมาใช้ในการปฏิบัติการ เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า ซึ่งบริการด้านลีดโลจิสติกส์ ครอบคลุมถึง

▪ บริการวิเคราะห์และออกแบบเครือข่าย

▪ บริการให้คำปรึกษา

▪ การวางแผนธุรกิจ

▪ การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง

▪ การบริหารโครงการ

▪ การควบคุมและการบริหารจัดการ เครือข่าย

▪ บริการจัดการเครือข่าย และการควบคุมโดยรวม (Control Tower) การประสานงานฐานซัพพลายเออร์ในการขนส่ง หลายรูปแบบข้ามหลายพื้นที่

▪ การวางแผนด้านคงคลังสินค้าและบริหารจัดการ

▪ การบริหารจัดการโลจิสติกส์ทั้งขาเข้า-ขาออก รวมถึงบริการโลจิสติกส์แบบย้อนกลับ (reverse logistics)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

Key benefits of DHL’s LLP Service

  1. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ เช่น ด้านการกระจายสินค้า การขนส่งสินค้า การจัดซื้อสินค้า และด้านแรงงาน
  1. ช่วยลดเงินทุนหมุนเวียน ระดับคงคลังสินค้าน้อยลง และช่วงระยะเวลาสั่งซื้อสินค้าสั้นลง
  1. ช่วยลดต้นทุน เนื่องจากเครือข่ายมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถบริหารสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  1. สินค้ามีคุณภาพมากขึ้น การบริการลูกค้าดีขึ้นและสินค้าพร้อมจำหน่ายมากขึ้น มีการลงทุนน้อยลง มีผลกำไรสูงขึ้น และเพิ่มมูลค่าส่วนแบ่งทางธุรกิจแก่ผู้ถือหุ้นมากขึ้น