ThinkstockPhotos-87159_opt

เคล็ดลับขนส่งสินค้า cool chain อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

การขนส่งสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิไปยังที่หมายทั่วโลก โดยที่ยังสามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่อยู่เสมอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าจึงได้พยายามคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมากมาย เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าประเภทดังกล่าว ให้ถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ยังสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการคิดค้นเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นแล้ว แต่การขนส่งสินค้า โดยที่ยังรักษาอุณหภูมิสินค้าและขนส่งไปยังที่หมายอย่างปลอดภัย ยังคงมีความท้าทายอยู่มากในปัจจุบัน เพราะหากการขนส่งสินค้าเหล่านี้ไม่มีการวางแผนที่ดี หรือไม่ได้รับคำแนะนำในการขนส่งที่ถูกต้อง ก็อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดในการขนส่งจนนำมาสู่ความเสียหายต่อตัวสินค้าได้

การวิเคราะห์ซัพพลายเชนอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้ขนส่งสินค้าควรตระหนักและวิเคราะห์ขั้นตอนการขนส่งตลอดกระบวนการว่า อะไรคือสาเหตุที่อาจก่อให้เกิดข้อผิดพลาดในระหว่างการขนส่ง ซึ่งจะช่วยสามารถแก้ไขปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในการขนส่งสินค้าประเภท cool chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นิตยสาร AFL ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Mr. Christopher Reichert ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท Freshport Asia เกี่ยวกับคำแนะนำและปัญหาที่ Mr. Reichart พบเห็นบ่อยครั้ง ในการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ในปัจจุบัน รวมทั้งวิธีการจัดการ แก้ไข และรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น

Finding and Fixing Gaps in the Cool Chain

1.Pre-cooling at the Source

เพื่อการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ผู้ขนส่งควรให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนแรกสุด ซึ่งก็คือ การลดอุณหภูมิของสินค้า (pre-cooling) โดยสินค้าประเภทเน่าเสียง่าย (perishables) อาทิ หน่อไม้ฝรั่ง ถือเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิและเวลามากกว่าสินค้าประเภทอื่น หลังจากเก็บเกี่ยวเพียงไม่กี่ชั่วโมง สินค้าก็จะเริ่มเหี่ยวเฉา หากทิ้งไว้นานจนเกินไป สินค้าก็อาจจะเน่าเสียและถูกโยนทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ได้

Feature on fresh consu_opt

Mr. Christopher Reichert ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท Freshport Asia

Mr. Reichert มีความเห็นว่า การลดอุณหภูมิสินค้าถือเป็นขั้นตอนสำคัญ และสามารถยืดอายุของสินค้าได้ โดย Mr. Reichert กล่าวว่า “ในอดีต เราได้ร่วมมือกับเกษตรกรเพื่อพัฒนาห้องจัดเก็บสินค้าเย็นที่มีประสิทธิภาพ โดยที่ใช้ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนักเพื่อเก็บรักษาสินค้า เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ถือได้ว่าอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้ามีการพัฒนามากขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะในปัจจุบัน เรามีทั้งรถบรรทุกสินค้าเย็นที่สามารถทำหน้าที่จัดเก็บสินค้า และขนส่งสินค้าอ่อนไหวต่ออุณหภูมิเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย”

“อย่างไรก็ตาม ผมทราบดีว่า ไม่ใช่เกษตรกรทุกรายที่จะมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีช่วยรักษาอุณหภูมิสินค้าเหล่านี้ ซึ่งสำหรับคำแนะนำในจุดนี้ ผมคิดว่า หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต เกษตรกรควรจะรีบทำการลดอุณหภูมิสินค้า ก่อนที่จะนำสินค้าไปเก็บยังศูนย์จัดเก็บสินค้า เช่น เมื่อทำการเก็บเกี่ยวสินค้าแล้ว ควรจะนำสินค้าเหล่านั้นไปแช่ในน้ำเย็น เพื่อกำจัดความร้อน และหลีกเลี่ยงการวางสินค้าไว้ในพื้นที่ที่สินค้าโดนแสงแดดส่องถึง อีกทั้งยังควรที่จะจัดเก็บสินค้าไว้ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการควบคุมอุณหภูมิตลอดเวลา หรืออย่างน้อยที่สุด เกษตรกรควรจะเก็บสินค้าไว้ในห้องที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมีประสิทธิภาพมาก กว่าการวางสินค้าไว้ภายนอกอาคาร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ เพราะทุกนาทีและทุกชั่วโมงที่เราสามารถจัดเก็บสินค้าไว้ในสภาพแวดล้อมที่เย็น ถือเป็นส่วนสำคัญในการยืดอายุสินค้า”

2. Correct Packaging

ขั้นตอนที่สองที่ผู้ส่งสินค้าทุกรายสามารถปรับปรุงเพื่อการขนส่งสินค้า cool chain ที่มีประสิทธิภาพได้ คือ การเลือกบรรจุภัณฑ์และการบรรจุสินค้า เนื่องจากสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิจะต้องเผชิญกับความแปรปรวนของอุณหภูมิ ดังนั้นบรรจุภัณฑ์ต้องสามารถทนต่อสภาพอากาศที่เย็นและร้อนสุดขั้วได้ตลอดกระบวนการขนส่ง เพื่อช่วยลดจำนวนสินค้าที่อาจได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง ดังนั้น ขั้นตอนการบรรจุสินค้าและการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้องจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งสินค้าใน cool chain

โดย Mr. Reichert กล่าวว่า “เมื่อไม่นานมานี้ เราได้รับจัดการสินค้าประเภทผลไม้สด เมื่อสินค้าขนส่งมายังศูนย์รับจัดการสินค้าของเรา หากสังเกตจากภายนอก บรรจุภัณฑ์ของสินค้าดูเหมือนจะไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ทั้งยังมีการติดแผ่นสะท้อนกันความร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิของสินค้ามาอย่างดี จึงดูเหมือนว่าลูกค้าบรรจุสินค้ามาถูกต้องทุกขั้นตอน แต่เมื่อเราสังเกตดีๆ แล้วกลับพบว่า สินค้าถูกวางไว้บนแพเล็ตโดยตรง โดยไม่มีฉนวนกันความร้อนหรือการติดตั้งอุปกรณ์กันความร้อนใดๆ ใต้ฐานสินค้า ซึ่งการจัดวางสินค้าลักษณะดังกล่าว เปรียบเสมือนการวางสินค้าไว้บนกระทะหรือเตาความร้อน”

“เราจะเห็นได้ว่าการจัดการและบรรจุสินค้าชุดนี้เกือบจะถูกต้องทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ผู้ส่งมองข้ามข้อผิดพลาดที่ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่ควรจะสังเกตเห็นได้ชัดที่สุด เราจึงกล่าวได้ว่า การขนส่งสินค้าประเภท cool chain นั้น การดำเนินการในทุกขั้นตอน ควรได้รับเฝ้าระวังและสังเกตการณ์อย่างละเอียด เพื่อมองหาข้อผิดพลาดที่เราอาจมองข้าม และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที”

green-bio-asparagus-bu_opt

3. Develop Smarter Packaging

นอกเหนือจากขั้นตอนการบรรจุสินค้าที่ถูกต้องแล้ว การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าประเภท cool chain ก็ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพื่อให้สามารถรักษาอุณหภูมิได้ตลอดการขนส่ง ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการขนส่ง cool chain คือ การบรรจุสินค้าในกล่องโฟม เนื่องจากเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีราคาถูกและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

“หลายบริษัทยังคงเลือกขนส่งสินค้าประเภท cool chain ด้วยการใช้กล่องโฟม ซึ่งเป็นวิธีการที่ด้อยประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยจากประสบการณ์ในการปฏิบัติการ เรามักจะพบว่ามีการขนส่งสินค้าประเภทปลาสดที่บรรจุด้วยกล่องโฟมดังกล่าวอยู่เสมอ ซึ่งการขนส่งสินค้าด้วยกล่องโฟมนี้ จริงๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายราว 25 เปอร์เซ็นต์ของชิปเม้นท์ คือ ค่าใช้จ่ายในส่วนของน้ำแข็งและน้ำ เมื่อพบเห็นการขนส่งลักษณะดังกล่าว ผมมักจะตั้งคำถามว่า เรามีวิธีการจัดการขนส่งรูปแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้หรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปได้ ก็ควรจะมีการคิดค้นเจลหรือเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการขนส่งสินค้าประเภทสินค้าสดมากกว่านี้ หากแต่ในปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งรูปแบบนี้มากนัก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เรายังคงยึดติดกับความเคยชิน ยิ่งเมื่อได้เห็นขั้นตอนการจัดการและจัดเก็บสินค้าด้วยวิธีดังกล่าวแล้ว ก็ยิ่งทำให้เชื่อได้ยากว่า บรรจุภัณฑ์ลักษณะดังกล่าวนี้จะสามารถเก็บรักษาอุณหภูมิสินค้าให้คงที่ได้ ซึ่งผมมองว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ การคิดค้นและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และเราควรจะมองหาบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องโฟม” Mr. Reichert กล่าว

shutterstock_179476106_opt

4. Temperature Monitoring

อีกหนึ่งขั้นตอนที่ช่วยยกระดับการขนส่งสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิคือ การติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด สำหรับการขนส่งสินค้าประเภท cool chain ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเมื่อเราสามารถทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าแล้ว ก็จะช่วยลดปัญหาและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งช่วยให้สามารถขนส่งได้อย่างราบรื่นได้ ซึ่งการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในจุดนี้ ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิของสินค้าระหว่างการขนส่ง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ได้

Mr. Reichert กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ มีการขนส่งดอกไม้มายังศูนย์รับจัดการสินค้าของเรา โดยสินค้าได้รับการลดอุณหภูมิมาล่วงหน้าแล้ว และได้รับการบรรจุอย่างดี เนื่องจากสินค้าประเภทดอกไม้จะมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ต้องได้รับการจัดการที่ถูกต้อง อีกทั้งยังมีอายุการจัดเก็บสินค้าสั้น จึงทำให้การรักษาอุณหภูมิของสินค้าประเภทนี้มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ”

“นอกจากนี้ รถบรรทุกที่ทำการขนส่งสินค้าดังกล่าว ยังเป็นรถบรรทุกที่ไม่มีการป้องกันความร้อน เมื่อผมลองวัดอุณหภูมิด้านในของรถก็พบว่า มีอุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายความว่า ทุกๆ ขั้นตอนการจัดเตรียมและการดูแลดอกไม้ทั้งหมดถือว่าสูญเปล่า ขั้นตอนทุกอย่างถูกต้องหมดแล้ว แต่ผู้ส่งกลับผิดพลาดในขั้นตอนสุดท้าย ทั้งนี้ การติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิจะช่วยให้ผู้ส่งสามารถทราบถึงอุณหภูมิของสินค้า รวมทั้งทราบว่าควรจะแก้ไขความผิดพลาดในจุดใด แม้การซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นมาบ้าง แต่ถือว่าคุ้มค่า เนื่องจากเทคโนโลยีชิ้นเล็กๆ นี้ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและยกระดับการขนส่งได้เป็นอย่างมาก”

Pink orchids ready for export in a greenhouse

5. Education is Key

แท้จริงแล้ว กุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับการขนส่งสินค้าประเภท cool chain ให้มีประสิทธิภาพได้คือ การให้ความรู้บุคลากร Mr. Reichert คาดหวังว่า เขาต้องการเห็นการพัฒนาในเรื่องการให้ความรู้และผลักดันในเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในการขนส่งสินค้าประเภทดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน

โดย Mr. Reichert กล่าวว่า “สำหรับเกษตรกรในท้องถิ่น อาจจะยังไม่ทราบถึงขั้นตอนการจัดการและการรักษาอุณหภูมิของสินค้าที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิให้ได้คุณภาพและยั่งยืน ผู้ค้าปลีกรายใหญ่หลายรายได้มีการแก้ไขปัญหาในจุดนี้ โดยส่งบุคลากรเข้าไปให้ความรู้กับเกษตรกร เนื่องจากอายุของสินค้า (shelf life) ถือว่ามีความสำคัญต่อผู้ค้าปลีกเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ข้อจำกัดด้านอายุของสินค้าจคงผลักดันให้บริษัทผู้ค้าปลีกมีความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นในการควบคุมและบริหารซัพพลายเชนมากขึ้น”

“อย่างไรก็ตาม สำหรับการให้ความรู้ในวงกว้าง ผมมองว่า หน่อยงานภาครัฐควรจะใช้ความพยายามมากขึ้น ในการพัฒนาและสร้างความแตกต่างให้กับการขนส่งสินค้าประเภท cool chain โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่ต้องพึ่งพาการเกษตรกรรมเป็นหลัก เพราะการผลิตและการขนส่งสินค้าที่มีคุณภาพถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ และด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมฯ จะก่อให้เกิดแรงผลักดันที่ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงและยกระดับการขนส่งสินค้าที่ต้องการการรักษาอุณหภูมิได้”