Peer to Peer_5_opt

ทำไม ‘P2P’ บริการจัดส่งสินค้าแนวใหม่มาแรง จึงถูกเรียกว่า Uber แห่งอุตสาหกรรมโลจิสติกส์?

ด้วยการปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ของผู้บริโภค ทำให้ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาแนวทางการจัดส่งสิ่งของใหม่ๆ ขึ้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและทางเลือกที่หลากหลายแก่ผู้ใช้งาน โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปแบบการจัดส่งสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ การจัดส่งสินค้าแบบ Peer-To-Peer (P2P) จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่หลายฝ่ายเรียกว่า นี่คือ Uber แห่งอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับแอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ ที่ได้เคยปฏิวัติตลาดการให้บริการรถแท็กซี่มาแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสความนิยมที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมฯ เกิดคำถามว่า บริการ P2P จะเข้ามาแทรกแซงจนส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าแบบดั้งเดิมได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จนทำให้ทุกบริษัทต้องเตรียมปรับตัวและรับมือให้ทันหรือไม่

แม้ในปัจจุบัน เรายังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นการใช้งานบริการโลจิสติกส์รูปแบบใหม่นี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า P2P เป็นนวัตกรรมการให้บริการขนส่งสินค้าที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของความต้องการของผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี ทั้งยังได้มีการพัฒนาแพล็ตฟอร์มดิจิตอลในรูปแบบแอพลิเคชั่นขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระหว่าง ผู้ส่งสินค้า (senders) ผู้นำส่งสินค้า (bringers) และผู้รับสินค้า (receivers) ในบริการ P2P เข้าด้วยกัน
Peer to Peer_3_opt

AFL ได้มีโอกาสพูดคุย กับ Ms. Daria Rebenok ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท Grabr, Mr. Ari Kestin ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Nimber และ Mr. Edward Haapala กรรมการผู้จัดการ บริษัท DSV Solutions เพื่อไขปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบการให้บริการ การจัดการ ด้านความปลอดภัย ตลอดจนทิศทางการเติบโตของบริการ P2P ในอนาคต

HOW P2P WORKS
ตามที่เราได้พูดคุยกับผู้ให้บริการแพล็ตฟอร์มเชื่อมโยงผู้ใช้บริการ P2P ทั้งสองบริษัท เราจะเห็นว่าบริการขนส่งแบบ P2P ของทั้งสองบริษัทมีรูปแบบการเข้าถึงผู้ใช้บริการและแนวทางการเชื่อมโยงผู้คนที่แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งสองแอพพลิเคชั่นก็มีฟังก์ชั่นการทำงานที่คล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย เช่น การที่นักท่องเที่ยวสามารถนำเสนอแผนการเดินทางของตน และแสดงความจำนงในการนำส่งสินค้าไปยังปลายทางที่กำลังจะไปได้ ขณะที่ความแตกต่างระหว่างสองผู้ให้บริการ คือ Nimber จะมุ่งเน้นการให้บริการแก่ผู้ใช้ที่ต้องการส่งสินค้าที่ตนมีอยู่แล้วไปยังที่หมายอีกแห่ง แต่ Grabr จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่ต้องการซื้อสินค้าจากต้นทางในต่างประเทศหรือเมืองอื่นๆ โพสต์ประกาศข้อมูลความต้องการสินค้า เพื่อที่นักเดินทางจากต้นทางนั้นๆ จะสามารถหาซื้อสินค้าและนำมาส่งให้กับผู้ซื้อระหว่างการเดินทางไปยังเมืองนั้นๆ ได้ ดังนั้น เราจะเห็นว่าแม้ทั้งสองผู้ให้บริการจะมุ่งตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้บริการ แต่ทั้งสองแอพพลิเคชั่นก็จะมีแนวทางในการดำเนินการและเสนอประโยชน์ต่อผู้ใช้แตกต่างกันออกไป

Mr. Ari Kestin ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Nimber

Mr. Ari Kestin ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Nimber

แอพพลิเคชั่น Nimber มีรูปแบบการให้บริการในรูปแบบชุมชนของผู้ที่ต้องการขนส่งสินค้าไปยังเมืองต่างๆ โดยฝากส่งไปกับผู้ที่กำลังจะเดินทางไปยังปลายทางนั้นๆ หรือเดินทางผ่านเส้นทางนั้นอยู่แล้ว และมีความยินดีที่จะนำสินค้าของผู้ส่งไปส่งยังปลายทาง โดยผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ที่ต้องการจะขนส่งสินค้าจะเข้ามาลงทะเบียนและแจ้งความประสงค์ที่จะส่งสินค้าชิ้นนั้นๆ ขณะที่ผู้ที่ต้องการจะทำการขนส่งสินค้าก็จะเข้าไปลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่น พร้อมระบุเส้นทางเดินทางที่ใช้ในการเดินทางเป็นประจำ รวมถึงช่วงเวลาที่สะดวกที่จะทำการขนส่งสินค้าด้วย ซึ่งรูปแบบการใช้บริการจะเป็นการจับคู่ผู้ที่ต้องการส่งสินค้าและผู้ที่สามารถเดินทางไปส่งสินค้านั้นๆ ได้ ด้วยรูปแบบการขนส่งแบบนี้ จะช่วยให้ผู้ขนส่งสินค้าประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ผู้ที่ทำการส่งสินค้าก็ยังสามารถทำรายได้จากที่ว่างท้ายรถ ผ่านการเดินทางในเส้นทางที่ตั้งใจจะไปอยู่แล้วได้ด้วย

ขณะที่ Grabr มีผู้ใช้บริการหลักสองกลุ่มคือ ผู้ซื้อสินค้า (shopper) ที่ต้องการหาซื้อสินค้าที่มีเอกลักษณ์หรือสินค้าที่หาซื้อยากทั่วโลก และนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้ที่จะนำสินค้าไปส่ง (bringer หรือ traveler) ในเมืองหรือปลายทางที่พวกเขาจะไปอยู่แล้ว สำหรับการใช้บริการ Grabr ผู้ซื้อสินค้าจะเปิดรายการสั่งซื้อ โดยผู้ซื้อจะอธิบายลักษณะจำเพาะของสินค้าที่ต้องการ หรือคัดลอก URL ที่เชื่อมไปยังภาพหรือหน้าสินค้าที่ต้องการ จากนั้น Grabr ก็จะทำการจับคู่ผู้ซื้อ (shopper) เข้ากับนักท่องเที่ยว (traveler) ที่กำลังจะเดินทางไปยังปลายทางนั้นๆ จากนั้นนักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็จะแข่งขันกันประมูลราคาในการนำสินค้าไปส่ง ขั้นตอนต่อมา ผู้ซื้อสินค้าจะเป็นผู้เลือกข้อเสนอที่ดีที่สุดจากนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นผู้ซื้อสินค้ากับนักท่องเที่ยวได้มีการจับคู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จะสามารถเจรจาเพื่อนัดรับ-ส่งสินค้ากันได้ผ่านช่องทางการสื่อสารภายในแอพพลิเคชั่น (in-app) ก่อนที่จะทำการจ่ายเงินผ่านช่องทางการจ่ายเงินที่ปลอดภัย ภายในแอพพลิเคชั่นของ Grabr จากนั้นเมื่อถึงเวลานัดแนะสำหรับรับสินค้า ผู้ซื้อและผู้ส่งสินค้านัดรับ-ส่งมอบสินค้า ซึ่งผู้ส่งสินค้าจะได้รับการชำระเงิน หลังจากผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้วเท่านั้น

P2P เป็นการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าในช่วงสุดท้าย (last mile delivery) สำหรับการขนส่งสินค้าในแต่ละวัน ตลอดจนการส่งสินค้าในธุรกิจ e-Commerce ด้วย

SIMPLIFYING SMALL ITEM DELIVERIES
ในอดีต หากผู้ส่งสินค้าต้องการขนส่งสินค้าในปริมาณมากจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมือง พวกเขาสามารถติดต่อบริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าเพื่อใช้บริการได้ ขณะที่การส่งสินค้าเล็กๆ น้อยๆ อาจไม่เหมาะสำหรับการใช้บริการผ่านบริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้ามากนัก เนื่องจากการใช้บริการนี้อาจมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ส่งสินค้ามองว่าสูงเกินไป สำหรับการขนส่งสินค้าเล็กๆ น้อยๆ บางประเภท ดังนั้น ช่องว่างในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าตรงนี้ จึงเป็นจุดที่บริการขนส่งสินค้าแบบ P2P กำลังเข้ามาเติมเต็ม Mr. Haapala ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการจัดการขนส่งสินค้า ซึ่งได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ P2P พร้อมทั้งเทรนด์ในการเลือกใช้บริการของลูกค้าในอุตสาหกรรมฯ ได้ให้ความเห็นว่า“ปัจจุบัน ผู้ใช้บริการมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการเข้ามาของบริการ P2P ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มการให้บริการที่แตกต่าง ด้วยรูปแบบการเข้าถึงที่แตกต่าง และแนวทางการให้บริการที่ไม่เหมือนกับบริการของผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าโดยทั่วไป อีกทั้งยังมาพร้อมราคาบริการที่ถูกกว่า จึงทำให้เป็นตัวเลือกที่ผู้ต้องการจะส่งสินค้าในปริมาณไม่มาก รวมถึงผู้ซื้อสินค้าในต่างประเทศที่ต้องการสินค้าเฉพาะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก”

Ms. Daria Rebenok ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท Grabr

Ms. Daria Rebenok ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท Grabr

WHAT’S NEW FOR CUSTOMERS
Ms. Rebenok กล่าวว่า “ประโยชน์หลักที่ผู้ใช้บริการ P2P อย่าง Grabr จะได้รับเมื่อเทียบกับการใช้บริการขนส่งสินค้าแบบทั่วไป คือ ค่าบริการที่ถูกกว่ามาก” อย่างที่เราได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้ว่า สินค้าที่จัดส่งบางครั้งอาจจะเป็นสินค้าที่หาได้ง่าย หรือเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันที่มีราคาถูกสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศหนึ่ง แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในอีกประเทศ ของสิ่งนั้นอาจเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ยาก อีกทั้งการสั่งซื้อและใช้บริการจัดส่งแบบทั่วไปมักมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หรือในบางกรณีค่าจัดส่งสินค้าอาจสูงกว่าราคาสินค้าด้วยซ้ำ แต่ด้วยการใช้บริการ P2P ของ Grabr ผู้ซื้อสินค้าจะสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาจริง บวกกับค่าตอบแทนผู้ให้บริการนำส่งสินค้า ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ ราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า

“เราจะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้ว Grabr ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้จากทุกประเทศทั่วโลก แต่ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวมีรายได้จากพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทางได้อีกด้วย นอกจากนี้ สิ่งที่น่ายินดีคือเราสามารถสร้างชุมชน สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ซื้อสินค้าที่เป็นคนเปิดใจเหมือนกัน เพราะหลายครั้งเราจะพบว่า ผู้ซื้อสินค้าที่อยู่ปลายทางยังช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งเป็นคนนำเที่ยวให้กับผู้นำส่งสินค้าอีกด้วย” Ms. Rebenok กล่าวเสริม

จริงๆ แล้ว Grabr ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้จากทุกประเทศทั่วโลก แต่ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวมีรายได้จากพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทางได้อีกด้วย

ขณะที่ Nimber ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มบริการ P2P รายแรก ได้เปิดเผยถึงผลตอบรับของผู้ใช้บริการ นับตั้งแต่เปิดให้บริการในตลาดครั้งแรกจนถึงปัจจุบันว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก โดยมีดัชนีชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Scores) เป็นเครื่องมือวัดผล นับตั้งแต่การเปิดตัวแอพพลิเคชั่นนี้ครั้งแรกในประเทศนอร์เวย์ จนถึงปัจจุบันได้มีประชากรในประเทศ มากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ที่เลือกใช้บริการของ Nimber และที่สำคัญคือมีปริมาณลูกค้าเดิมที่กลับมาใช้บริการซ้ำมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์

“สำหรับการเติบโตของ Nimber ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการบอกเล่าแบบปากต่อปากจากผู้ใช้บริการ โดยผู้นำส่งสินค้า (bringer) ชื่นชอบแอพพลิเคชั่นนี้ เนื่องจากการเข้าร่วมบริการนำส่ง สินค้าช่วยให้พวกเขาสามารถมีรายได้จากการเดินทางไปยังปลายทางที่พวกเขาจะไปอยู่แล้ว ขณะที่ผู้ส่งสินค้า (sender) ก็ได้รับความสะดวกสบายในการส่งสินค้า พร้อมทั้งประสบการณ์และคุณค่าจากการใช้บริการดังกล่าว ซึ่งเราเชื่อว่าแพล็ตฟอร์มการขนส่งสินค้าแบบ P2P จะมีบทบาทเป็นอย่างมากในการขนส่งสินค้าระหว่างเมือง ภายในเมือง และการขนส่งสินค้าด่วนในอนาคต โดยจะไม่ใช่การเข้ามามีอิทธิพลแทรกแซงธุรกิจโลจิสติกส์แบบดั้งเดิม แต่จะเป็นการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในการให้บริการในตลาดการขนส่งสินค้าที่ยังว่างอยู่ และเป็นการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าในช่วงสุดท้าย (last mile delivery) สำหรับการขนส่งสินค้าในแต่ละวัน ตลอดจนการส่งสินค้าในธุรกิจ e-Commerce ด้วย” Mr. Kestin กล่าว

Peer to Peer_2_opt

ในทางเดียวกัน Mr. Haapala ก็ได้มีความคิดเห็นตรงกันว่า “ผมมองว่าสำหรับตลาด P2P น่าจะเติบโตได้มากขึ้นอีก เนื่องจากยังพอมีพื้นทางการตลาดสำหรับการจัดส่งสินค้าน้อยชิ้น สมมติว่าลูกค้าต้องการขนส่งสินค้าเพียงไม่กี่ชิ้น และเรียกให้ผู้ให้บริการขนส่งด่วนเข้ามารับสินค้าและนำส่งไปยังปลายทาง ค่าใช้บริการอาจจะสูงถึง 50 เหรียญสหรัฐ ขณะที่การเลือกใช้บริการแบบ P2P โดยการฝากส่งสินค้าผ่านแพล็ตฟอร์มออนไลน์ พวกเขาอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 10 สหรัฐเท่านั้น แต่สำหรับการเติบโตในระยะยาวนั้น P2P จะเติบโตและมีส่วนแบ่งในตลาดมากน้อยแค่ไหน เรายังคงไม่อาจคาดการณ์ได้ เนื่องจากเทรนด์ในอุตสาหกรรมฯ ในปัจจุบัน ค่อนข้างที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การให้บริการขนส่งสินค้าแบบ P2P ดูจะมีศักยภาพในการเข้ารุกตลาดการขนส่งสินค้าแบบ last mile delivery ได้อีกมาก”

ผมมองว่าสำหรับตลาด P2P น่าจะเติบโตได้มากขึ้นอีก เนื่องจากยังพอมีพื้นทางการตลาดสำหรับการจัดส่งสินค้าน้อยชิ้น

Mr. Eddie Haapala กรรมการผู้จัดการ บริษัท DSV Solutions

Mr. Edward Haapala กรรมการผู้จัดการ บริษัท DSV Solutions

EMERGING TRENDS
Ms. Rebenok เองก็มีความเห็นว่า ในอนาคตบริการขนส่งสินค้าแบบ P2P จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าเช่นเดียวกับที่ Uber ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการให้บริการรถแท็กซี่อย่างแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า บริการแบบ P2P จะไม่มีอุปสรรคใดๆ ในการพยายามเข้าถึงตลาด เนื่องจากบริการ P2P เป็นแพล็ตฟอร์มการให้บริการที่ค่อนข้างใหม่ และธุรกิจนี้นับได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีฐานตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย “สำหรับความท้าทายหลักของบริการ P2P มีอยู่สามประการคือ ความเชื่อมั่น การชั่งใจ และการเปลี่ยนความคิดของผู้คน แม้ว่าทุกคนจะเคยซื้อของฝากไปให้เพื่อนมาโดยตลอด แต่นี่คือการซื้อของไปส่งให้คนแปลกหน้า ดังนั้น เราจึงได้มุ่งมั่นพัฒนาแนวทางสำหรับการสร้างชุมชนกึ่งสำเร็จรูป การให้คำแนะนำด้านความปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่น รวมไปถึงการริเริ่มสิ่งใหม่อื่นๆ เพื่อรองรับและแก้ปัญหาความกังวลเหล่านี้ เพื่อให้ทุกคนสามารรถใช้บริการได้ด้วยความสบายใจ” Ms. Rebenok กล่าว

“นอกเหนือจากการมุ่งเน้นความปลอดภัยในการจัดส่งสินค้าแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับขั้นตอนการจ่ายเงินด้วย เมื่อลูกค้ามีการกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อการมัดจำการสั่งซื้อ ข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าจะได้รับการจัดเก็บในแถบข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง แม้แต่พนักงานที่ Grabr ก็จะไม่สามารถเห็นข้อมูลบัตรเครดิตของผู้ซื้อได้”

เช่นเดียวกับ Nimber ที่ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ เช่นเดียวกัน โดยบริษัทฯ ได้มีการจัดทำการรับประกันสินค้าและฝ่ายสนับสนุนคอยช่วยเหลือลูกค้า เพื่อทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น “Nimber ได้พัฒนารูปแบบการจ่ายเงินที่มุ่งเน้นความปลอดภัยสำหรับชุมชนผู้ใช้บริการ นับตั้งแต่เปิดให้บริการวันแรก จนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีประวัติสินค้าถูกขโมยเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว จะมีก็เพียงกรณีที่สินค้าได้รับความเสียหายในขั้นตอนการจัดส่งบ้างเพียงไม่กี่ครั้ง และนอกเหนือจากการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ ผ่านระบบรับประกันสินค้าและฝ่ายสนับสนุนลูกค้าแล้ว เรายังได้พัฒนาระบบการให้คะแนนเพื่อประเมินคุณภาพระหว่างผู้ส่งสินค้าและผู้นำส่งสินค้าอีกด้วย” Mr. Kestin กล่าว

ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการที่มากขึ้น รวมถึงยอดการซื้อขายบริการขนส่งสินค้าผ่านทางแพล็ตฟอร์มดิจิตอลของทั้งสองแอพพลิเคชั่นที่มีการเติบโตขึ้นสูงมากในทุกๆ เดือน จึงทำให้ปัจจุบัน แต่ละบริษัทฯ ได้มีการขยายเครือข่ายการให้บริการ ไปยังประเทศอื่นๆ มากขึ้น โดย Nimber ได้เปิดตัวบริการในสหราชอาณาจักรเมื่อไม่นานมานี้ แต่กลับได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก บริษัทฯ จึงเร่งมองหาตลาดใหม่ๆ ที่จะเปิดให้บริการเพิ่มเติม ในทางเดียวกัน Grabr ซึ่งปัจจุบันได้เติบโตและขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็นสามสาขา ทั้งใน San Francisco, New York และ Moscow ก็กำลังเล็งหาโอกาสในการขยายเครือข่ายสาขาบริการมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ อีกด้วย

ด้วยอัตราการเติบโต และความนิยมในการใช้บริการ P2P ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะเห็นบริการ P2P เข้ามา มีบทบาทในฐานะบริการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปแบบการให้บริการระหว่างลูกค้ากับลูกค้า (C2C) บริการระหว่างผู้ดำเนินธุรกิจ กับลูกค้า (B2C) หรือแม้กระทั่งการมีบทบาทเข้าไปให้บริการในโซลูชั่นระหว่างผู้ดำเนินธุรกิจกับผู้ดำเนินธุรกิจ (B2B) ด้วย

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน