facebook_pixel
Yusen Logistics Cover _opt

Yusen Logistics และแนวคิดใหม่ในการบริหารเพื่อลูกค้า

นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ ระหว่าง NYK Logistics และ Yusen Air and Sea ในปี 2010 บริษัท Yusen Logistics ได้มุ่งมั่นพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และการจัดการซัพพลายเชนชั้นนำของโลกอย่างไรก็ตาม การควบรวมกิจการก็ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ Yusen Logistics สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ได้ เพราะบริษัทฯ ได้พยายามเดินหน้าผลักดันให้ธุรกิจของบริษัทฯ มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้ประกาศริเริ่มโครงการ ‘Transform 2025’ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยยึดถือความพึงพอใจ ของลูกค้าเป็นหลัก ด้วยแนวคิดเดียวกันนี้ จึงทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจย้ายสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย (SAO) จากประเทศสิงคโปร์ มายังประเทศไทย เพื่อที่ Yusen Logistics จะสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าในทวีปเอเชียได้สะดวกยิ่งขึ้น

AFL จึงได้พูดคุยกับ Mr. Check Poh Lee ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย (SAO) บริษัท Yusen Logistics ณ สำนักงานประจำภูมิภาคแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานคร 

Customer-Centric Location

Yusen Cover 02_opt

Mr. Check Poh Lee ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย (SAO) บริษัท Yusen Logistics

สำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย เป็นหนึ่งในสำนักงานประจำภูมิภาคห้าแห่ง ของบริษัท Yusen Logistics ซึ่งสำนักงานประจำภูมิภาคอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ และภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย ถือเป็นหนึ่งในสำนักงานที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดในบรรดาสำนักงานประจำภูมิภาคทั้งหมด เนื่องจากภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย มีพื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่อนุทวีปอินเดีย ไปจนถึงภูมิภาคโอเชียเนีย โดยไม่รวมประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ แต่ต่อมาได้ย้ายมายังที่ตั้งใหม่ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อที่บริษัทฯ จะได้อยู่ใกล้ชิดและเข้าถึงลูกค้าในภูมิภาคเอเชียใต้และโอเชียเนีย ได้มากขึ้น
“ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นภูมิภาคที่มีอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกเหนือจากประเทศจีนแล้ว ภูมิภาคนี้ถือเป็นกลุ่มประเทศผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากและ

มีประเภทสินค้าที่ทำการผลิตหลากหลายที่สุด อีกทั้งยังประกอบไปด้วยบริษัทผู้ผลิตซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของเรามากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย ทั้งนี้ ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินใจย้ายสำนักงานประจำภูมิภาคมายังกรุงเทพมหานคร เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีกิจกรรมการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ในความเป็นจริงยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่ดี แต่การที่ทางบริษัทฯ ได้อยู่ใกล้ชิดกับทั้งลูกค้าผู้บริโภคและลูกค้าที่เป็นบริษัทผู้ผลิต ซึ่งทำให้เรามีโอกาสในการทำความเข้าใจถึงความต้องการและตอบสนองลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นก็ถือเป็นเหตุผลหลักของเรา” Mr. Lee กล่าว

Mr. Lee ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของสำนักงานประจำภูมิภาคใหม่แห่งนี้ว่า สำนักงานแห่งใหม่ไม่ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อมาดำเนินการทางธุรกิจแทนสำนักงานประจำประเทศที่มีอยู่เดิม หากแต่จะเข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติการของ Yusen Logistics ประจำประเทศไทย “สำนักงานประจำภูมิภาคมีหน้าที่ดูแลด้านงบประมาณและการเงินต่างๆ และจะไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการและให้บริการในแต่ละวันของหน่วยงานในประเทศ แต่เราจะให้การสนับสนุนแก่สำนักงานประจำประเทศเมื่อพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ หรือมีอุปสรรคที่ทำให้การปฏิบัติงานต้องหยุดชะงักลง ทางสำนักงานประจำภูมิภาคยินดีที่จะให้อิสระในการปฏิบัติการกับหน่วยงานภายในประเทศ และจะไม่ก้าวก่ายในการดำเนินการของแต่ละสำนักงาน”

นั่นหมายความว่าลูกค้าในประเทศไทยสามารถติดต่อเพื่อใช้บริการจาก บริษัท Yusen Logistics Thailand ได้โดยตรงเช่นเดิม และ Yusen Logistics Thailand จะยังคงเป็นผู้ให้การสนับสนุนและดูแลลูกค้าทั้งในประเทศไทยและลูกค้าอื่นๆ ในภูมิภาค นอกจากนี้ การที่สำนักงานประจำภูมิภาคตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานสาขาในประเทศ ยังจะช่วยให้ลูกค้าของบริษัท Yusen Logistics Thailand ได้รับประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่ประจำอยู่ที่สำนักงานประจำภูมิภาค ที่สามารถให้การสนับสนุนในการปฏิบัติงานในโครงการต่างๆ ในประเทศได้อีกด้วย Mr. Lee กล่าวว่า “การมีสำนักงานประจำภูมิภาคในพื้นที่ใกล้เคียงกับลูกค้าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เราย้ายสำนักงานประจำภูมิภาคมายังประเทศไทย เราสังเกตได้ในทันทีว่าลูกค้ามีความสบายใจมากขึ้นที่ทราบว่าบริษัทฯ มีผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรผู้มากประสบการณ์จากต่างประเทศ ที่พร้อมจะลงพื้นที่สนับสนุนลูกค้าเมื่อมีความจำเป็น”

Renewed Perspective

นอกจากนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวสำนักงานประจำภูมิภาคแห่งใหม่ คือการเปิดตัวโครงการ ‘Transform 2025’ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตในอนาคตของบริษัท Yusen Logistics ที่ได้มีการวางรากฐานอย่างชัดเจน ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและมีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ทางบริษัทฯ จะได้ศึกษาและปรับปรุงบริการต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง

การรักษาความใส่ใจในความต้องการของลูกค้า ให้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนหน้าที่ลูกค้าจะให้ความไว้วางใจเรานั้น นับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการสูญเสียความไว้วางจากลูกค้าสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมาก

“โครงการ ‘Transform 2025’ เป็นโครงการริเริ่มที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับผม เพราะการริเริ่มนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ครอบคลุมการดำเนินการในทุกด้านของบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นกลยุทธ์ที่จะมีการปรับใช้กับทุกหน่วยงานทั่วโลก ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอีกด้วย ซึ่งผมมุ่งหวังที่จะนำเอาแนวทางในการดำเนินการและการให้บริการนี้ มาปรับใช้กับลูกค้า ผู้บริโภค ซัพพลายเออร์ รวมไปถึงบุคลากรของเราด้วย เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง และแนวทางที่จะทำให้เราสามารถเติบโตยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าของเรา เพราะเมื่อเราเข้าใจธุรกิจของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เราก็จะสามารถให้บริการลูกค้าแต่ละรายให้ได้ดียิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน” Mr. Lee กล่าว

Yusen Logistics Cover_opt3

ทั้งนี้ รูปแบบของบริการด้านโลจิสติกส์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มักจะเป็นบริการที่รวบรวมขั้นตอนโลจิสติกส์ต่างๆ เอาไว้เป็นแพ็คเกจ เช่น บริการจัดการซัพพลายเชน บริการโลจิสติกส์สัญญาจ้าง (contract logistics) รวมไปถึงบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทางทะเล และทางถนน ซึ่งผู้ให้บริการอย่าง Yusen Logistics ก็ได้วางแนวทางในการให้บริการแบบครบวงจรให้แก่ลูกค้าเอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม การให้บริการที่ครบวงจรสำหรับ Yusen Logistics นั้น มีมากกว่าการให้บริการขนส่งสินค้า เพราะความสำเร็จที่แท้จริงของธุรกิจโลจิสติกส์คือการพัฒนาศักยภาพของทีมฝ่ายขายที่มีความรู้และความสามารถในการเข้าถึงความต้องการของลูกค้า และสามารถตอบสนองต่อความต้องการนั้นได้อย่างสมบูรณ์

Yusen Logistics ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการโลจิสติกส์ แต่เราพยายามที่จะเป็นพันธมิตรกับธุรกิจของลูกค้า

Mr. Lee กล่าวว่า “ธุรกิจโลจิสติกส์คือการเข้าหาลูกค้าและรับมือกับความท้าทายต่างๆ ด้วยความมั่นใจ การให้บริการโซลูชั่นที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกัน การมีความยืดหยุ่นก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของการให้บริการ ซึ่งนี่คือความท้าทายที่เราต้องรับมือ เพราะเมื่อบริษัทมีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบแล้ว บริษัทก็ยังจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับบริการให้เข้ากับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้าแต่ละรายเช่นกัน นอกจากนี้ ในการให้บริการลูกค้าบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ควรจะต้องมีทีมบุคลากรที่มีความสามารถเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าและดูแลงานของลูกค้าด้วย โดยบุคลากรเหล่านี้ต้องมีความใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้า ซึ่งความใส่ใจนี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงในระยะยาวให้กับเรา และยังแสดงให้เห็นว่าบริการของเราสามารถรองรับลูกค้าได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจในประเทศหรือธุรกิจข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ก็ตาม”

yusenlogistics-1050x700

ความใส่ใจในคุณภาพของบริการและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้านี้เอง คือสิ่งที่ทำให้ Yusen Logistics แตกต่างจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายอื่นๆ “การที่เราจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหนึ่งราย เป็นขั้นตอนที่ใช้ทั้งงบประมาณ เวลา และความพยายามเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีลูกค้ารายใหม่เข้ามาใช้บริการ การรักษาความใส่ใจในความต้องการของลูกค้า ให้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนหน้าที่ลูกค้าจะให้ความไว้วางใจเรานั้น นับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการสูญเสียความไว้วางจากลูกค้าสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ดังนั้น เราจึงต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าของเราทุกราย” Mr. Lee กล่าว

“Yusen Logistics ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการโลจิสติกส์ แต่เราพยายามที่จะเป็นพันธมิตรกับธุรกิจของลูกค้า ซึ่งโดยธรรมเนียมของการเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ทำให้เราเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวกับลูกค้า แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วโลก และมีความเอาใจใส่ต่อลูกค้าจากทุกภูมิภาคอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ อีกหนึ่งความแข็งแกร่งของเราในฐานะกลุ่มบริษัทก็คือ ความสามัคคีในการทำงานเป็นทีมและความยืดหยุ่นในการให้บริการแก่ลูกค้า เมื่อเราทำงานด้วยความสามัคคี สมาชิกในทีมทุกคนก็จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน”

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน