facebook_pixel
CHM_bubbles

IATA เสนอคู่มือ ICHM หวังพัฒนามาตรฐานการจัดการสินค้าภาคพื้นดิน

นอกเหนือจากการให้บริการจัดการสินค้า (cargo handling) ตลอด 24 ชั่วโมง อีกหนึ่งความท้าทายหลักของผู้ให้บริการจัดการสินค้าภาคพื้นดินเหล่านี้คือ การปฏิบัติการจัดการสินค้าตามความต้องการของแต่ละสายการบินที่มีความต้องการเฉพาะแตกต่างกันออกไป ในขณะที่ปัจจุบันมีสายการบินที่เปิดให้บริการอยู่นับร้อยราย

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการจัดการสินค้าจำเป็นต้องปฏิบัติการตามระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ตามความต้องการของสายการบินที่มีอยู่นับร้อยราย นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องปฏิบัติการจัดการสินค้าด้วยแนวทางที่แตกต่างกันนับร้อยแนวทาง ด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับดำเนินการที่มีความซับซ้อนนี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) จึงได้ประเมินถึงความต้องการในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ และได้พัฒนา IATA Cargo Handling Manual (ICHM) ซึ่งเป็นคู่มือในการปฏิบัติการจัดการสินค้าที่จะช่วยให้ทุกสายการบินและผู้ให้บริการจัดการสินค้าสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติการขนส่งสินค้าทางอากาศให้สูงขึ้นอีกด้วย

เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับคู่มือ ICHM และประโยชน์ที่ผู้ให้บริการจัดการสินค้าจะได้รับจากการปรับใช้คู่มือดังกล่าว รวมไปถึงประโยชน์ในแง่ของการยกระดับอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ เราจึงได้พูดคุยกับ Mr. André Majeres ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและมาตรฐานการขนส่งสินค้าทางอากาศและไปรษณียภัณฑ์ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เหล่านี้

Moving the Industry Forward

แม้ว่าในส่วนของการปฏิบัติการภาคพื้นดิน (ground handling) ทาง IATA ได้มีการแนะนำคู่มือ IATA Ground Operations Manual (IGOM) เพื่อสร้างมาตรฐานอันเป็นหนึ่งเดียวสำหรับการปฏิบัติการภาคพื้นดิน แก่สายการบินและผู้ปฏิบัติการภาคพื้นดินไปแล้ว แต่อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศยังคงต้องการคู่มือแนะนำสำหรับกิจกรรมการจัดการสินค้าโดยเฉพาะ ที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ดังนั้น คณะกรรมการ IATA Cargo Committee และสภา IATA Cargo Handling Council (ICHC) จึงได้ร่วมมือกันนำเสนอคู่มือ ICHM แก่อุตสาหกรรมฯ เป็นครั้งแรก ภายในงาน World Cargo Symposium ซึ่งจัดขึ้นที่ Abu Dhabi เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

โดยคู่มือดังกล่าวนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำเสนอแนวทางการจัดการสินค้าตลอดทั้งซัพพลายเชนด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา การจัดการสินค้าเพื่อการขนส่งทางอากาศของแต่ละสายการบินล้วนมีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคู่มือ ICHM นี้ จะช่วยให้การดำเนินการแต่ละขั้นตอนของทุกสายการบินเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของทุกสายการบินได้อย่างครบถ้วน

Mr. André Majeres ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและมาตรฐานการขนส่งสินค้าทางอากาศและไปรษณียภัณฑ์ สมาคม IATA

IATA ทราบดีว่าการนำเสนอคู่มือใหม่นี้ จำเป็นที่จะต้องสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละสายการบินได้ เนื่องจาก IATA พบว่า แม้แต่ละสายการบินจะมีความต้องปลีกย่อยหรือความต้องการเฉพาะที่แตกต่างกัน แต่แนวทางการปฏิบัติการหลักถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากจุดนี้ จึงทำให้เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมฯ จำเป็นที่จะต้องมองหาแนวทางในการปฏิบัติการจัดการสินค้าแต่ละประเภทไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่ทุกสายการบินเห็นพ้องกันว่าเป็นแนวทางการปฏิบัติการที่ดีที่สุด ก่อนที่จะนำไปปรับใช้กับการปฏิบัติการของทุกสายการบิน

Less Complexity

“คู่มือ ICHM ใหม่นี้ เป็นคู่มือเวอร์ชั่นแรก ซึ่งเราได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยปัจจุบันมีสายการบินและผู้ให้บริการจัดการสินค้าหลายรายที่กำลังพิจารณาที่จะนำคู่มือ ICHM ไปปรับใช้ในการปฏิบัติการของบริษัท” Mr. Majeres กล่าว

นอกจากนี้ Mr. Majeres ยังระบุอีกว่า หากในอุตสาหกรรมฯ มีการทำงานร่วมกันและตกลงที่จะใช้แนวทางการปฏิบัติการเดียวกัน ก็จะทำให้ทั้งอุตสาหกรรมฯ สามารถใช้คู่มือในการจัดการสินค้าเพียงเล่มเดียวได้ ซึ่งจะทำให้ทั้งสายการบินและผู้ให้บริการจัดการสินค้าสามารถปรับปรุงได้ทั้งประสิทธิภาพและระยะเวลาในการปฏิบัติการ ขณะเดียวกันก็สามารถลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติการของบริษัทด้วย

หากมีการตกลงใช้คู่มือการปฏิบัติการในแต่ละขั้นตอน และปรับใช้กับสายการบินและผู้ให้บริการจัดการสินค้าทุกราย จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย อีกทั้งยังช่วยลดความซับซ้อนของการปฏิบัติการได้เป็นอย่างมาก

Mr. Majeres กล่าวว่า “ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการจัดการสินค้าภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกบอกกับผมว่า บริษัทต้องจ้างพนักงานถึงหกคนเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบคู่มือของทุกสายการบินที่บริษัทให้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่มือการปฏิบัติการในทุกขั้นตอนของแต่ละสายการบินที่บริษัทมี ได้มีการอัพเดตให้เป็นปัจจุบันและตรงตามมาตรฐานของสายการบินอยู่เสมอ นั่นหมายความว่าพนักงานเหล่านี้ต้องติดตามและตรวจสอบคู่มือของสายการบินนับร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติการสินค้าสำหรับแต่ละสายการบิน มีการดำเนินการตามวิธีการของสายการบินนั้นๆ แม้จะเป็นขั้นตอนเดียวกันก็ตาม ซึ่งจุดนี้ทำให้เราเห็นว่า หากมีการตกลงใช้คู่มือการปฏิบัติการในแต่ละขั้นตอน และปรับใช้กับสายการบินและผู้ให้บริการจัดการสินค้าทุกราย จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย อีกทั้งยังช่วยลดความซับซ้อนของการปฏิบัติการได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากคู่มือดังกล่าวนี้ เป็นคู่มือที่อ้างอิงแนวทางการปฏิบัติการที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมฯ อีกทั้งยังเป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานระดับนานาชาติทุกประการ”

Harmonization at Its Core

สำหรับเป้าหมายหลักในการนำเสนอคู่มือ ICHM ของ IATA คือการสร้างความสามัคคีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในอุตสาหกรรมฯ “คู่มือการปฏิบัติการจัดการสินค้าใหม่นี้ ได้รับการรับรองจากสมาชิกของ IATA Cargo Services Conference (CSC) ให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติการจัดการสินค้าที่อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศแนะนำ นั่นหมายความว่าหากบริษัทของคุณมีการดำเนินกิจกรรมด้านการจัดการสินค้าเพื่อการขนส่งสินค้าทางอากาศในอาคารคลังสินค้า เราขอแนะนำให้คุณปฏิบัติตามคำแนะนำในการทำงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในคู่มือฉบับนี้ เนื่องจากรายละเอียดที่ระบุในคู่มือนี้ถือเป็นแนวทางการดำเนินการขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรปฏิบัติตาม เพื่อให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ การปรับใช้แนวทางการปฏิบัติการตามคู่มือ ICHM ยังช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการปฏิบัติการ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เพิ่มความรวดเร็วสำหรับการหมุนเวียนสินค้าในซัพพลายเชน และยังช่วยลดความเสี่ยงที่ชิปเม้นท์จะถูกปฏิเสธอีกด้วย” Mr. Majeres กล่าว

นอกจากนี้ การมีแนวทางการปฏิบัติการขั้นพื้นฐานสำหรับการจัดการสินค้ายังเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติการภาคพื้นดินในแง่ของการตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติการอีกด้วย สำหรับการตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติการและอาคารปฏิบัติการของผู้ปฏิบัติการภาคพื้นดิน โดยทั่วไปจะมี  IATA’s Safety Audit of Ground Operations (ISAGO) เป็นผู้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบมาตรฐาน ดังนั้น หากผู้ปฏิบัติการภาคพื้นดินที่ให้บริการทั้งการปฏิบัติการผู้โดยสารภาคพื้นดินและจัดการสินค้า ผู้ตรวจสอบก็อาจจะใช้เวลาเพิ่มเติมอีกเพียงวันถึงสองวัน เพื่อทำการตรวจสอบและประเมินเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติการจัดการสินค้า โดย Mr. Majeres กล่าวว่า “เราทำงานร่วมกับ ISAGO อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ให้บริการจัดการสินค้ามีการปฏิบัติการตรงตามมาตรฐานทุกประการ อีกทั้ง ปัจจุบัน ISAGO ยังได้มีการอ้างอิงถึงคู่มือ ICHM และเดินหน้าพัฒนาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินค้าร่วมกับเราอีกด้วย”

Future Goals

นอกจากการนำเสนอคู่มือ ICHM แล้ว IATA ยังได้วางแผนที่จะพัฒนาโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะมีพื้นฐานการปฏิบัติการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดย Mr. Majeres อธิบายว่าเป้าหมายหลักของการจัดฝึกอบรมการปฏิบัติการจัดการสินค้าคือความปลอดภัย “สมาชิก ICHC ของ IATA กำลังตรวจสอบเกี่ยวกับการฝึกอบรมการจัดการสินค้าที่มีอยู่เดิม อีกทั้งยังได้มีการแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดฝึกอบรมขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความสามารถเฉพาะด้านที่อุตสาหกรรมฯ ต้องการ สำหรับการปฏิบัติภารกิจที่มีความพิเศษเฉพาะด้วย”

แม้ปัจจุบัน ในอุตสาหกรรมฯ มีการดำเนินงานโดยมี Smart Facility Program ซึ่งเป็นมาตรฐานการตรวจสอบอาคารปฏิบัติการและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติการสินค้า ที่มีพื้นฐานตรงตามคู่มือ ICHM อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราเห็นคือ ทุกวันนี้ สายการบินแต่ละรายต่างก็ทำการตรวจสอบบริษัทผู้ให้บริการจัดการสินค้า จึงทำให้เกิดเป็นขั้นตอนการตรวจสอบที่ซ้ำซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น Smart Facility Program จึงจะเข้ามามีส่วนในการนำเสนอโครงการตรวจสอบมาตรฐานอาคารปฏิบัติการที่เป็นอิสระ ซึ่งจะช่วยลดภาระในอุตสาหกรรมฯ จากการดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

เมื่อคู่มือนี้มีการนำไปปรับใช้ในแต่ละภาคส่วนของซัพพลายเชน ก็จะช่วยให้บริษัทผู้ให้บริการจัดการสินค้าและสายการบินมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น และจะสามารถเตรียมการรองรับสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ คู่มือ ICHM ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Master Operating Plan (MOP) ซึ่งประกอบไปด้วย รายละเอียดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าจากผู้ส่งไปจนถึงผู้รับ ทั้งหมด 19 ขั้นตอน โดยใน MOP จะอธิบายถึงขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ อย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงบางส่วนของการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกสินค้าและบริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าด้วย

นอกจากนี้ Mr. Majeres ยังกล่าวถึงก้าวต่อไปสำหรับการพัฒนาคู่มือการจัดการสินค้า ที่จะรวบคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจผู้รับจัดการขนส่งสินค้าและผู้ส่งออกเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย “ด้วยแผนการดำเนินการขั้นต่อไปของเราจะช่วยให้ขอบข่ายของคู่มือ ICHM ขยายวงกว้างออกไปอีก เมื่อคู่มือนี้มีการนำไปปรับใช้ในแต่ละภาคส่วนของซัพพลายเชน ก็จะช่วยให้บริษัทผู้ให้บริการจัดการสินค้าและสายการบินมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น และจะสามารถเตรียมการรองรับสินค้าได้ดียิ่งขึ้น เมื่อสินค้าได้รับการนำส่งถึงอาคารคลังสินค้า ในทางเดียวกัน ผู้ส่งออกและบริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าก็จะสามารถเข้าใจถึงผลกระทบจากการดำเนินการระหว่างการจัดส่งสินค้า อีกทั้งเป็นการช่วยเตรียมการและป้องกันปัจจัยต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้สินค้าถูกปฏิเสธ”

เพื่อเป็นการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทุกฝ่ายจะต้องก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการปรับใช้คู่มือการจัดการสินค้านี้ถือเป็นหนึ่งในก้าวแรกที่จะนำเราไปสู่การดำเนินการโดยมีมาตรฐานเดียวกัน โดยทาง IATA มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือ ICHM จะสามารถนำเสนอแนวทางและคำแนะนำในการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการจัดการสินค้า อีกทั้งยังช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น และเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจอีกด้วย

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน