facebook_pixel
BFS_4_opt

BFS เสริมความแข็งแกร่งจากภายในด้วยการพัฒนาบุคลากร

การทำงานภายในท่าอากาศยานเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนสูง ด้วยเที่ยวบิน สินค้า และผู้โดยสาร ที่หมุนเวียนเข้า-ออกท่าอากาศยานทุกชั่วโมงตลอดทั้งวันและคืน งานส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีผู้ปฏิบัติงานหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ด้วยธรรมชาติของการดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้อาจทำให้หลายคนต้องปวดหัวไปตามๆ กัน ดังนั้น ผู้ที่ทำงานในสนามบินจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการรับมือและจัดการกับความเครียดได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือ บริษัทเองก็ต้องเข้าใจและคอยสนับสนุนพนักงานของตนเป็นอย่างดี

เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เราได้เห็นบริษัทผู้ให้บริการภาคพื้นรายใหญ่ อย่าง Bangkok Flight Services (BFS) ให้ความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงทุกภาคส่วนของธุรกิจจากภายใน โดย BFS เริ่มต้นการพัฒนาทุกส่วนด้วยการเพิ่มทักษะ เชื่อมต่อ และสนับสนุนพนักงานของเขาอย่างมีประสิทธิภาพ AFL มีโอกาสได้พูดคุยกับ Mr. Robert Ruesz ผู้จัดการทั่วไปส่วนงานขายและงานบริการภาคพื้น บริษัท Bangkok Flight Services ที่ได้ให้เกียรติมาบอกเล่าเกี่ยวกับมุมมองด้านการตลาด รวมไปถึงการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้ BFS สามารถพัฒนาองค์กรได้จากภายใน อีกทั้งยังผลักดันให้บริษัทฯ สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จและมุ่งสู่การเติบโตในอนาคต

Bringing Value to the Job

Mr. Robert Ruesz ผู้จัดการทั่วไปส่วนงานขายและงานบริการภาคพื้น บริษัท Bangkok Flight Services

การที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก ลุกขึ้นมาแต่งตัว ออกไปทำงานท่ามกลางความมืด คงไม่ใช่งานที่คนส่วนใหญ่อยากทำเป็นแน่ แต่นี่กลับเป็นกิจวัตรของคนส่วนใหญ่ที่ทำงานแบบเข้ากะเช้าหรือดึกในท่าอากาศยาน ทุกครั้งที่ผู้โดยสารเดินทางมาถึงท่าอากาศยานด้วยความเหนื่อยล้า ซ้ำยังต้องวิ่งวุ่นหาเคาน์เตอร์ติดต่อตามหาของหาย การที่มีพนักงานคอยให้บริการด้วยวาจาน่าฟัง พร้อมทั้งมีท่าทีร่าเริงสดใสคอยช่วยเหลือ ถือเป็นอีกส่วนที่สามารถช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกอุ่นใจได้ว่าพวกเขาเดินทางมาถึงปลายทางได้โดยสวัสดิภาพ ขณะเดียวกันพนักงานที่ทำงานบริเวณลานจอดเครื่องบิน ต่างก็ต้องคอยเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถให้บริการจัดการสินค้าและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะเห็นได้ว่าการมีพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมที่มีคุณภาพมีความสำคัญต่อการปฏิบัติการอย่างไรบ้าง

BFS ทราบดีว่าพนักงานถือเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น การที่จะทำให้พนักงานมีความสุขและยินดีที่จะทำงานในลักษณะนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหญ่สำหรับบริษัทผู้ให้บริการในท่าอากาศยาน Mr. Ruesz ระบุว่า การรักษาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและมีแรงจูงใจถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะจะทำให้การปฏิบัติงานในท่าอากาศยานเป็นไปอย่างราบรื่น “BFS มีพนักงานมากกว่า 4,300 คน ที่ทำงานในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยจำนวนพนักงานที่มากขนาดนี้ การทำให้พนักงานมีความคิดและมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย นอกจากนี้ ด้วยประสบการณ์การทำงาน ในท่าอากาศยานต่างๆ มาเกือบทั่วโลก สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พนักงานทุกคนเกิดแรงจูงใจในทำงาน เพราะมนุษย์ทุกคนต่างก็ค้นหาความหมายในงานที่ตัวเองทำ ผมมองว่าเป็นหน้าที่ของเราที่จะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาแต่ละคนล้วนมีความหมายและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ความทุ่มเทของทุกคนล้วนมีความสำคัญต่อการปฏิบัติการโดยรวม ซึ่งนี่เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับผลลัพธ์ในการดำเนินงาน และส่งมอบการบริการที่ดีแก่สายการบินลูกค้าของเรา”

Mr. Ruesz ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนได้ทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่เราพยายามผลักดันมาโดยตลอด การที่พนักงานทำงานโดยรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ อีกทั้ง ในองค์กรยังมีโอกาสในการเติบโตให้กับพวกเขา นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น BFS จึงเปิดโอกาสให้พนักงานอยู่เสมอ เราสร้างบรรยากาศการทำงานที่เป็นมืออาชีพและสนุกสนาน พร้อมด้วยค่าตอบแทนที่น่าสนใจ เพื่อที่จะดึงดูดและรักษาพนักงานของเราไว้”

Training for Success

แม้ทุกคนจะทราบดีว่าเมื่อมีการจ้างงาน ก็จะต้องมีการลาออกของพนักงานเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าบริษัทจะต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูงในการฝึกอบรมพวกเขา แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนพนักงานให้สามารถปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้ คนแต่ละคนล้วนมีเหตุผลในการลาออกแตกต่างกันไป แม้ผู้จัดการในแต่ละฝ่ายจะไม่อยากเห็นพนักงานที่ตนทุ่มเททั้งเวลาและค่าใช้จ่ายลาออกจากบริษัทไป แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า หากบริษัทไม่ลงทุนในการพัฒนาบุคลากรใดๆ เลย คนที่เหลืออยู่กับบริษัทก็จะมีเพียงคนที่มีความสามารถน้อยเท่านั้น ซึ่งในอุตสาหกรรมของเรา พนักงานที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมใดๆ เลย จะไม่สามารถปฏิบัติงานได้

รายการ ‘BFS On-Air’

Mr. Ruesz มีประสบการณ์ตรงที่ทำให้เขาเข้าใจดีว่า การฝึกอบรมที่มีคุณภาพสามารถช่วยให้ธุรกิจได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง “สิ่งสำคัญที่ทำให้การฝึกอบรมบรรลุผลสำเร็จคือการสื่อสารที่ชัดเจน การทำให้การฝึกอบรมมีความน่าสนใจและเข้าใจง่ายสามารถช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถจดจำเนื้อหาที่สอนได้ดียิ่งขึ้น เราตั้งใจที่จะนำวิดีโอเข้ามาใช้ในการสอนหลักสูตรพื้นฐาน เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการฝึกอบรมของเรา แม้จะเป็นเพียงคลิปวิดีโอสั้นๆ ตอนท้ายของการบรรยาย ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจและเพิ่มโอกาสให้พนักงานที่เข้ารับการฝึกอบรมจะสามารถจดจำบทเรียนนั้นๆ ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดฝึกอบรมไม่ใช่สิ่งที่จัดทำครั้งเดียวจบ แต่ควรที่จะจัดทำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจึงรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ ในอุตสาหกรรมฯ ที่เราได้เรียนรู้มา เพื่อจัดทำเป็นวิดีโอที่สามารถเผยแพร่ในทุกพื้นที่ทำงานของ BFS ทั่วทั้งท่าอากาศยานได้ เนื่องจากเรามีทีวีและจอแสดงภาพภายในพื้นที่ทำงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถส่งสารต่างๆ ไปยังพนักงานของเราได้อย่างทั่วถึง การที่เราเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การส่งต่อข้อมูลต่างๆ จึงอาจมีบางจุดที่ข้อมูลกระจายไม่ทั่วถึง แต่เรากำลังพยายามทลายกำแพงเหล่านี้ เพื่อให้สามารถกระจายข้อมูลและสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างแผนกให้ได้ชัดเจนและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น”

“ปัจจุบัน เรากำลังพัฒนารายการวิดีโอใหม่ ที่มีชื่อว่า ‘BFS On-Air’ ซึ่งเป็นรายการที่ใช้งานภายในองค์กร ที่พัฒนาขึ้นโดยฝ่ายการตลาด ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงการสื่อสารข่าวภายในแบบวารสารประจำเดือนเป็นแบบสื่อวีดิทัศน์แทนนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากพอสมควร โดยเฉพาะวิธีการสื่อสารภายในองค์กรกับพนักงานของเรา รวมถึงการปรับปรุงด้านการจัดฝึกอบรมโดยใช้วิดีโอเข้ามาสนับสนุน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเรา การสื่อสารโดยใช้วิดีโอทำให้การส่งสารเป็นไปได้อย่างชัดเจนมากขึ้นและทุกคนมีแนวโน้มที่จะจดจำสารจากวิดีโอได้นานกว่า โดยเฉพาะวิดีโอที่มีเพื่อนร่วมงานของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในนั้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับวิดีโอนั้นๆ ด้วย นอกจากนี้ พนักงานยังสามารถที่จะพูดถึงวิดีโอ แบ่งปันข้อมูล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิดีโอนั้นๆ ได้ด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นการกระตุ้นการสื่อสารแบบสองทาง (two-way communication) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการพัฒนาเช่นนี้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้”

Future Endeavors

ปัจจุบัน เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (automation technology) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนของท่าอากาศยาน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งพนักงานและผู้ใช้บริการ แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ถือได้ว่ามีค่าแรงต่ำ แต่การนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติเข้ามาปรับใช้ก็ดูจะมีข้อดีมากเกินกว่าที่จะมองข้ามไปได้

BFS มีความมุ่งมั่นที่จะนำระบบอัตโนมัติเข้ามาปรับใช้งานทดแทนแรงงานมนุษย์ในทุกส่วนงานที่สามารถเป็นไปได้ ดังนั้น งานที่จำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์ในปัจจุบัน จึงเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะความสามารถและมีคุณค่า อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าแรงงานมนุษย์จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป แต่ความต้องการแรงงานเหล่านั้นจะมุ่งไปที่แรงงานที่มีทักษะ ฝีมือและความสามารถเฉพาะ

Mr. Ruesz กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เราจับตามองเป็นพิเศษคือ เทคโนโลยีเทเลเมติกส์ (telematics) เรามีแผนที่จะติดตั้งระบบ GPS ในอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เราใช้ในการปฏิบัติการ เพื่อที่จะทราบตำแหน่งปัจจุบันของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ตลอดจนประวัติการใช้งาน ระดับพลังงานคงเหลือของอุปกรณ์ ข้อมูลการซ่อมบำรุง และข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งขณะนี้เรากำลังนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานร่วมกับรถยกขนสินค้า และในอนาคตเราจะติดตั้งเทคโนโลยีนี้กับอุปกรณ์ทุกชิ้น เพื่อที่เราจะสามารถจัดการข้อมูล ระบุจำนวนอุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งการสั่งงานว่าจะใช้งานอุปกรณ์ชิ้นใดในเที่ยวบินใดหรือเครื่องบินลำใดได้แบบเรียลไทม์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากตำแหน่งที่อยู่ของอุปกรณ์ ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้เราสามารถประหยัดได้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ พร้อมทั้งช่วยให้พนักงานทำงานได้ง่ายขึ้นและ สนุกมากขึ้น พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าพัฒนา การทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสำคัญของเรา นั่นคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานทุกคนที่ BFS”

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน