facebook_pixel
The Next-Generation of Training with Virtual Reality

ฝึกฝนอย่างได้ผลและปลอดภัย ยุคสมัยแห่ง Virtual Reality

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในแทบทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ โลกอนาล็อกใบเดิมได้ถูกผลักออกไปอย่างช้าๆ ด้วยอุปกรณ์ขนาดพกพา และไม่แน่ ตอนนี้คุณอาจกำลังใช้เครื่องมือขนาดจิ๋วเพื่ออ่านบทความนี้อยู่ก็เป็นได้

เช่นเดียวกับแนวทางการเรียนรู้ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเรียนรู้แบบพื้นฐานที่เน้นการท่องจำและพฤติกรรมการทำซ้ำอันแสนน่าเบื่อในอดีต ย่อมถูกการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมเข้ามาแทนที่ จากครั้งหนึ่งที่เคยเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝันในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ในวันนี้เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR) ได้กลายเป็นสิ่งที่ใช้งานได้จริงและมีประโยชน์อย่างมากในการฝึกอบรมและเพิ่มการเรียนรู้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่สำคัญหลักฐานทางการศึกษาได้แสดงให้เราเห็นว่า การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี VR นั้นสามารถทำให้ผู้เรียนมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียนได้นานขึ้น เพิ่มแรงจูงใจ และยังพัฒนาการมีส่วนร่วมของพนักงานได้อีกด้วย

จากเหตุผลในข้างต้น ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) จึงได้ริเริ่มพัฒนาโครงการเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยี VR และเมื่อเร็วๆนี้ ความตั้งใจของพวกเขาก็ได้ประสบผลสำเร็จ จากการเปิดตัว ‘RampVR’ อุปกรณ์ VR ‘plug-and-play’ ของ IATA ชิ้นแรก และเพื่อเป็นการเจาะลึกข้อมูลมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านเทคโนโลยีและการนำไปใช้จริงของนวัตกรรมแห่งอนาคต AFL จึงได้พูดคุยกับ Mr. Frederic Leger ผู้อำนวยการด้านผลิตภัณฑ์สำหรับท่าอากาศยาน ผู้โดยสาร และการจัดการสินค้า ประจำสมาคม IATA เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจเหล่านี้

Another World

หากจะมองย้อนกลับไปเทคโนโลยี VR ได้เดินทางมาไกลกว่าจะถึงทุกวันนี้ ในช่วงแรกนั้น เป้าหมายของของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไม่ได้มีมากไปกว่าการทำอย่างไรไม่ให้ผู้ใช้งานรู้สึกเวียนหัว ถึงแม้ปัจจุบันเป้าหมายดังกล่าวจะยังคงมีความสำคัญอยู่บ้าง แต่เทคโนโลยีก็ได้พัฒนาไปถึงจุดที่ผู้คนสามารถเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี VR ได้อย่างสะดวกสบาย ความงุนงง และน่าเวียนหัว ในอุปกรณ์รุ่นเก่า พร้อมแล้วที่จะหลีกทางให้ประสบการณ์ใหม่จาก VR รุ่นปัจจุบันที่ทำงานได้ราบรื่น เพียบพร้อมทั้งความสนุกในการใช้งานและความแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม คำถามของเราก็คือ ในเทคโนโลยี VR นั้นมันมีอะไรแฝงอยู่บ้าง เราพบว่ามันเป็นเรื่องยากจะอธิบายหากไม่มีโอกาสได้ทดลองใช้จริง แต่หากใครได้ลองใช้งานดูสักครั้งหนึ่งก็จะเข้าใจได้ว่าทำไมเทคโนโลยีนี้จึงได้ก้าวขึ้นเป็นอุปกรณ์เพื่อการฝึกอบรมแห่งอนาคต ดังนั้น เราจึงไม่รอช้า เริ่มการทดลองในทันที ทั้งนี้ อุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ในการทดลอง ประกอบไปด้วย คอมพิวเตอร์คุณภาพสูง แว่นจำลองภาพเสมือนจริงที่มาพร้อมหูฟังและไมค์ลอย และคอนโทรลเลอร์อีกสองอัน หลังจากที่ผู้ใช้งานได้สวมใส่อุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าจะต้องรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ ด้วยความสมจริงของทั้งภาพและเสียงที่ปรากฏต่อหน้า เนื่องจากแว่นจำลองภาพเสมือนจริงที่สวมใส่ สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวได้แบบสามมิติ รวมไปถึงคอนโทรลเลอร์ในมือก็สามารถใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากมายภายในโลกเสมือนจริง ทำให้สามารถระบุและสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ อาทิ วัสดุแปลกปลอม ขยะ หรืออุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สามารถทำให้ผู้ทดลองรับรู้ถึงความสมจริง เพียงแค่สวมใส่อุปกรณ์เหล่านี้ ใครที่เคยได้มีโอกาสทดลองด้วยตนเอง จึงถึงกับอ้าปากค้างกับเทคโนโลยีอันน่าทึ่ง

ทาง IATA ได้บอกกับเราว่าขณะที่พวกเขากำลังพัฒนาระบบ RampVR พวกเขาได้ปรึกษาหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสายการบิน ท่าอากาศยาน รวมถึงผู้ให้บริการขนส่งภาคพื้นดินหลายบริษัท เพื่อที่จะเข้าใจถึงความต้องการเกี่ยวกับแนวทางการฝึกอบรมที่มีความพิเศษเฉพาะ ตลอดจนปัญหาที่พวกเขาประสบ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักเป็นความเหน็ดเหนื่อยและความยุ่งยากในการฝึกอบรมพนักงาน ให้มีทักษะในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ดังนั้น ระบบใหม่นี้จึงมีเป้าหมายในการขจัดปัญหาดังกล่าวโดยใช้การจำลองสถานการณ์ที่ผู้ปฏิบัติการมักจะเผชิญในบริเวณพื้นที่ข้างเครื่อง ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง และมีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกเสมือนจริง

Mr. Frederic Leger

เพื่อเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดของการฝึกอบรมดังกล่าวให้มากขึ้น Mr. Leger อธิบายว่า “เราเริ่มต้นด้วยการจัดฝึกอบรมและพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับ เมื่อทุกคนสวมใส่อุปกรณ์ครบถ้วนและเริ่มการฝึกอบรม ระบบจะเริ่มบันทึกกิจกรรมที่ผู้เข้าฝึกกระทำและรวมถึงสิ่งที่ทุกคนได้เห็น เมื่อการฝึกอบรมจบลง จะมีคะแนนการปฏิบัติการปรากฏขึ้น โดยที่ผู้ฝึกสอนสามารถดูรายละเอียดของการโต้ตอบของพนักงานในภายหลังร่วมกับพนักงานได้ เพื่อที่จะได้ทราบถึงข้อบกพร่องและชี้แนะถึงแนวทางการปฏิบัติการที่ถูกต้องเพื่อนำไปปรับปรุงในการทำงานได้ โดยแต่ละช่วงของการฝึกอบรม VR จะมีความยาวทั้งสิ้นเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ ในแต่ละช่วงของการฝึกนั้น ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังสามารถทดลองซ้ำได้อีก เพื่อที่จะพัฒนาคะแนนและความคล่องแคล่วในการปฏิบัติการให้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการทบทวนบทเรียนต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ การฝึกอบรมในรูปแบบนี้จะทำให้สามารถลดระยะเวลาที่ต้องใช้ในการฝึกฝนลงได้ เนื่องจากเป็นวิธีการฝึกที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถจดจำได้ง่ายกว่า

Mr. Leger กล่าวต่อว่า “คุณสามารถสำรวจเครื่องบินทุกลำโดยรอบในระบบจำลอง และระบบ RampVR ยังสามารถจัดสถานการณ์รอบตัวได้ทุกแบบตามต้องการ เช่น การตรวจสอบความเสียหายรอบเครื่องบิน หปรือการหาเศษวัสดุแปลกปลอม โดยประโยชน์ที่แท้จริงของระบบนี้คือ ความสามารถในการฝึกอบรมในแต่ละหัวข้อได้อย่างหลากหลาย เช่น การปรับความสว่าง และการกำหนดระดับการมองเห็น ซึ่งเป็นปัจจัยที่กำหนดในชีวิตจริงได้ยาก นี่จึงเป็นการนำเสนอสิ่งใหม่ เพื่อการฝึกอบรมอย่างแท้จริง และทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมฯ ก็สามารถเรียนรู้ได้จริง”

A Big Leap

การที่ต้องทนนั่งอยู่ในห้องเรียนทั้งวันและพยายามปลุกตัวเองให้ตื่น โดยมีผู้บรรยายอยู่หน้าชั้น คงไม่ใช่วิธีการเรียนในอุดมคติของทุกคน ในขณะที่การนำเสนอผ่านโปรแกรม PowerPoint และภาพเคลื่อนไหวก็อาจทำให้น่าสนใจขึ้นได้บ้าง แต่การนำเทคโนโลยี VR เข้ามาใช้งาน จัดได้ว่าเป็นการเรียนรู้แห่งยุคสมัยใหม่อย่างแท้จริง การฝึกอบรมผ่านโลกเสมือนจริงของ VR นี้ มีประโยชน์อย่างยิ่งในการจำลองสถานการณ์ที่ยากจะทำได้ในชีวิตจริง เช่น การจัดฝึกอบรมบนพื้นที่ที่มีเสียงดังและวุ่นวาย อย่าง พื้นที่ข้างเครื่อง อีกทั้ง การเข้าไปจัดฝึกอบรมในพื้นที่จริง สถานการณ์จริง อาจทำให้เกิดอันตรายได้ นั่นจึงเป็นข้อจำกัดในการจัดฝึก ที่สำคัญคือ ด้วยมาตรการการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ รวมถึงช่วงเวลาที่เครื่องบินจะว่าง และพร้อมให้ทำการฝึกซ้อมด้วยการใช้อุปกรณ์อย่างครบถ้วนนั้นเป็นไปได้ยาก นั่นจึงทำให้โอกาสในการจัดฝึกอบรมในสถานการณ์จริง บนพื้นที่ปฏิบัติการจริงหายากขึ้นไปอีก

Mr. Leger กล่าวว่า “การนำเทคโนโลยี VR เข้ามาใช้งาน เรียกได้ว่าดีแบบไม่มีอะไรมาเทียบได้เลย ผลลัพธ์ที่ได้จากการสอนผ่าน VR ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะอธิบายว่าประโยชน์ที่ได้จากการฝึกอบรมด้วย VR นั้น มีคุณค่ามากมายเพียงใด จนกว่าคุณจะได้สัมผัสด้วยตนเอง แต่หากคุณได้ทดลองสักครั้ง คุณจะเข้าใจได้อย่างชัดเจน ผมมั่นใจว่า VR จะกลายเป็นแนวทางในการฝึกอบรมในอนาคตสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบัน เราเหลือเพียงการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมให้เหมาะสม การพัฒนาและออกแบบระบบคำแนะนำในการใช้งาน รวมไปถึงการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมให้ตรงตามความต้องการเฉพาะของแต่ละภาคส่วนในอุตสาหกรรมฯ”

ภาพที่ปรากฏในแว่น VR ถูกฉายลงบนจอด้านซ้าย

Mr. Leger กล่าวเสริมว่า “เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเครื่องบิน ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน จะเข้าใจได้ทันทีว่า RampVR ได้จำลองสถานการณ์การทำงานในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้ใกล้เคียงมากแค่ไหน ดังนั้นพวกเขาจึงทราบดีถึงประสิทธิภาพของการจัดฝึกอบรมด้วย VR ทั้งในแง่ของการยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติการข้างเครื่อง และการลดความเสียหายที่เกิดกับตัวเครื่องบินและอุปกรณ์ในการปฏิบัติการภาคพื้นดิน ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ และถือได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมการบิน แม้การเรียนรู้และการฝึกอบรมจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการปฏิบัติการข้างเครื่อง แต่อย่างที่เราทราบดีว่าการฝึกอบรมและเรียนรู้ในสถานการณ์จริงเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก ดังนั้น เทคโนโลยี RampVR จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้สามารถฝึกอบรมการปฏิบัติการข้างเครื่องได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย จากสถานการณ์จำลอง ภายใต้ข้อจำกัดในการปฏิบัติการที่แตกต่างกันออกไป”

Boundless Possibilities

หลังจากได้มีการเปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ปัจจุบัน IATA มีหลักสูตรการฝึกอบรมการปฏิบัติงานข้างเครื่องจำนวนสองหลักสูตร ได้แก่ การตรวจสอบความเสียหายรอบเครื่องบิน และการให้สัญญาณเคลื่อนที่สำหรับเครื่องบินภายในท่าอากาศยาน ทั้งนี้ RampVR ได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานต่างๆ ของ IATA ซึ่งครอบคลุมถึง มาตรฐาน Airport Handling Manual (AHM) และ IATA Ground Operations Manual (IGOM)  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน IATA ได้รับการเรียกร้องให้มีการจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการจัดการสินค้าและความปลอดภัย อย่าง การยกขนสินค้าขึ้น-ลงเครื่องบิน การรับสินค้าอันตราย การตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่จัดเก็บสินค้าบนเครื่องบิน และการขับขี่รถขนส่งสินค้าในพื้นที่ข้างเครื่องบิน เป็นต้น

Mr. Leger กล่าวว่า “เราต้องการที่จะทำการทดสอบตลาดเพิ่มเติม เพื่อให้ทราบถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ว่าต้องการหลักสูตรการฝึกอบรมแบบใด เพราะในขั้นต้นเราพัฒนา VR ขึ้นมาสำหรับการปฏิบัติการภาคพื้นดิน และแม้ปัจจุบันเราจะมีรูปแบบการฝึกอบรมเพียงสองอย่าง แต่ในส่วนอื่นๆ เราก็กำลังพัฒนาเพิ่มเติม ทั้งนี้ หนึ่งในข้อได้เปรียบของโปรแกรม VR ของเราที่เห็นได้ชัดคือ ความสามารถในการตั้งค่าสถานการณ์ได้ตามความต้องการของลูกค้า

นอกจากนี้  เรายังสามารถจำลองโลโก้หรือชื่อท่าอากาศยานของลูกค้า ลวดลายบนเครื่องบิน อุปกรณ์ปฏิบัติการภาคพื้นดิน อีกทั้งยังสามารถเลือกเปลี่ยนประเภทของเครื่องบิน ซึ่งมีขนาดความกว้างและความแคบแตกต่างกันออกไป ตลอดจนสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสามารถเปลี่ยนภาษาของโปรแกรมให้เป็นภาษาท้องถิ่นได้อีกด้วย สำหรับลูกค้าของเราที่มีเทคโนโลยี VR อยู่แล้วยังสามารถเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลและหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ ที่มีการอัพเดทบทเว็บไซต์ของเราได้อย่างง่ายดาย เราเชื่อว่าเทคโนโลยี VR นี้ เป็นเทคโนโลยีที่จะปฏิวัติวงการฝึกอบรมการปฏิบัติการภาคพื้นดินอย่างได้ผล เช่นเดียวกับที่เคยปฏิวัติการฝึกอบรมในด้านอื่นๆ มาแล้ว”

More information available at: www.iata.org/rampvr

 

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน