facebook_pixel
TAC Cover Story

TAC บริการขนส่ง ‘ม้า’ ด้วยความใส่ใจ ทุกรายละเอียด

การขนส่งสัตว์ทางอากาศมีรูปแบบการจัดการและวัตถุประสงค์ในการขนส่งแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสัตว์เพื่อนำไปเลี้ยง การขนส่งสัตว์เพื่อนำไปขยายพันธุ์ การขนส่งเพื่อการกีฬา และเพื่อใช้ในกิจกรรมอื่นๆ โดยการขนส่งสัตว์แต่ละสายพันธุ์ต่างก็มีข้อจำกัดและวิธีการขนส่งที่แตกต่างกัน เพื่อให้การขนส่งสัตว์เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับความปลอดภัยสูงสุด นอกจากผู้ให้บริการขนส่งสัตว์ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับในการขนส่งอย่างเคร่งครัดแล้ว ผู้ทำหน้าที่จัดการขนส่งสัตว์ยังจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจถึงธรรมชาติและพฤติกรรมของสัตว์แต่ละประเภทที่จะขนส่งเป็นอย่างดีด้วย

โดยปกติแล้ว การขนส่งสัตว์ทั่วไป อย่าง สุนัขและแมว จะมีรูปแบบการขนส่งที่ง่ายดายกว่า และมีข้อจำกัดที่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากใช้เพียงใบรับรองด้านสุขภาพ ซึ่งจะต้องมีการตรวจเช็คว่าสัตว์เหล่านี้มีสุขภาพที่แข็งแรงและพร้อมในการขึ้นเครื่องบิน ในขณะที่ การขนส่ง ‘ม้า’ ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่และเป็นสัตว์ที่มีมูลค่าสูง จะต้องได้รับการดูแลอย่างดีตลอดการขนส่ง ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่ง ต้องมีความรู้ ความเข้าใจกับธรรมชาติของม้าให้ดี และต้องมีการเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนนำขึ้นเครื่องบิน การดูแลระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ตลอดจนการนำม้าลงจากเครื่องบินให้ได้รับความปลอดภัยและไร้การบาดเจ็บ

AFL ได้รับเกียรติจาก คุณสุวิชา บุญเต็ม ผู้จัดการ ฝ่ายปฏิบัติการสนามบิน บริษัท Trans Air Cargo มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการให้บริการขนส่งม้า และวิสัยทัศน์ในการให้บริการขนส่งสัตว์ของบริษัทฯ ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั่วโลก

Preparing to Fly

TAC ให้บริการขนส่งสัตว์หลายประเภท ตั้งแต่สัตว์เลี้ยงทั่วไป สัตว์ป่า ตลอดจนสัตว์ที่นำไปใช้ในกิจกรรมสำคัญต่างๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา และสัตว์อนุรักษ์เพื่อการศึกษา เป็นต้น ซึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจและเป็น ที่ยอมรับจากผู้ใช้บริการทั่วโลก มาตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปี คือ การปฏิบัติตามกฎระเบียบการ ขนส่งสัตว์มีชีวิต ตามมาตรฐานสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA Live Animals Regulations (LAR) อย่างเคร่งครัด รวมทั้งยังมีการศึกษาข้อระเบียบในการขนส่งสัตว์แต่ละประเภท และกฎระเบียบการนำเข้า-ส่งออกสัตว์มีชีวิตของแต่ละประเทศทั่วโลกอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการขนส่งภายหลัง

แม้โดยทั่วไปแล้ว การขนส่งม้าส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งเพื่อนำไปใช้ในการแข่งขันกีฬาเป็นหลัก แต่นอกเหนือจากนี้ ยังมีการขนส่งเพื่อนำไปใช้ในกองทัพ การท่องเที่ยว และการผสมพันธุ์ด้วย ซึ่งรูปแบบการให้บริการขนส่งโดยทั่วไปจะคล้ายคลึงกัน แต่สำหรับม้าที่ใช้ในการแข่งขัน จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ “ม้าแข่งกีฬาทุกตัวเป็นม้าที่มีมูลค่าสูง และต้องมีการดูแลสุขภาพมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้น บริษัทฯ จึงต้องมีการประสานงานในการตรวจสอบสุขภาพม้าให้สมบูรณ์ เพื่อให้พร้อมสำหรับการขนส่งและการแข่งขัน โดยการดำเนินการจะต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ หรือ OIE (World Organization for Animal Health หรือ Office International des Epizooties) ซึ่งองค์การดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพสัตว์ทุกชนิดทั่วโลก ซึ่งบริษัท TAC เองได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคระบาดและการป้องกัน จากสมาชิกของ OIE ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ เรายังสามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพม้า รวมถึงการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงขั้นตอนการบริหารจัดการทั้งหมดอีกด้วย” คุณสุวิชา กล่าว

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมส่งออกม้า ตามข้อระเบียบในการส่งออกสัตว์ ของสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ (Bureau of Disease Control and Veterinary Services) จะต้องมีการตรวจสุขภาพและจำกัดบริเวณม้าให้อยู่ในการกักกัน (Quarantine Premise) โดยจะต้องแยกม้าที่ส่งออก ให้อยู่แยกจากม้าตัวอื่นหรือสัตว์อื่นๆ เพื่อเป็นการป้องกันโรคระบาด โดยคุณสุวิชา ได้อธิบายว่า “ในการนำเข้า-ส่งออกม้าทุกครั้ง จะมีการจำกัดพื้นที่ ตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ โดยม้าที่จะทำการส่งออกไปยังต่างประเทศต้องมีการกักกัน เพื่อตรวจสอบสุขภาพ 30 วัน ส่วนม้านำเข้าต้องถูกกักกัน ภายหลังจากได้รับการขนถ่ายลงจากเครื่อง 30 วัน สำหรับดูอาการและความผิดปกติของม้า”

ในระหว่างที่ม้าถูกจำกัดพื้นที่ 30 วัน บริษัท TAC จะมีการประสานงานกับผู้ส่งออก เพื่อนำเจ้าหน้าที่ของด่านกักกันสัตว์และสัตวแพทย์ของทางบริษัทฯ เข้าไปทำการตรวจสุขภาพและดึงเลือดเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อโรคที่อาจเกิดขึ้นในตัวสัตว์ โดยจะใช้ระยะเวลาในการตรวจประมาณ 15 วัน ซึ่งหลังจากตรวจสุขภาพม้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะนำผลเสนอให้ทางด่านฯ เป็นผู้ออกใบรับรองและอนุมัติในการส่งออก ซึ่งบริษัท TAC จะเป็นผู้ให้บริการครอบคลุมการขนส่งทั้งหมด ตั้งแต่ตารางการเดินทาง การตรวจสุขภาพ รวมไปถึงกฎระเบียบข้อบังคับระหว่างประเทศ เพื่อให้การขนส่งม้าทุกตัวเป็นไปอย่างราบรื่น

Understanding Animal Nature

นอกเหนือจากกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการขนส่งสัตว์ อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ให้บริการขนส่งต้องคำนึงถึงคือ การศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ แต่ละชนิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อสามารถปฏิบัติการได้ถูกต้องและสร้างความปลอดภัยให้แก่สัตว์

“ก่อนทำการขนส่งม้า เราจำเป็นต้องมีการศึกษาธรรมชาติของสัตว์อย่างละเอียด เช่น การกินอาหารและการขับถ่าย ซึ่งม้ามีปัสสาวะที่มีฤทธิ์เป็นกรด หากปัสสาวะของม้าเล็ดลอดออกมา อาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องบินได้ ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้เตรียมผ้าซับน้ำปัสสาวะขนาดใหญ่ไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปัสสาวะเล็ดลอดออกมาจากบริเวณคอกบรรจุภัณฑ์” คุณสุวิชา กล่าว “จากประสบการณ์ ในการขนส่งของเราพบว่า ม้าบางตัวอาจมีการปรับเวลาในต่างประเทศไม่ทัน ทำให้ไม่อยากกินอาหาร ดังนั้น เราจึงต้องมีการเตรียมอาหารที่ม้ากินประจำมาด้วย เพื่อให้ม้ารู้สึก ปลอดภัยและสามารถกินอาหารได้ตามปกติ”

ด้วยลักษณะของม้าที่รูปร่างใหญ่ มีความคล่องแคล่ว และกระตือรือร้น ดังนั้น ในขั้นตอนการขนส่งม้าจะต้องใช้เครื่องบินขนส่งสินค้าเท่านั้น โดยม้าจะอาศัยอยู่ในคอกบรรจุภัณฑ์ ซึ่งคอกสำหรับขนส่งม้าจะต้องมีพื้นที่จำกัดไม่ให้มีขนาดกว้างจนเกินไปเพื่อป้องกันไม่ให้ม้าเคลื่อนไหว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการขนส่ง ทั้งนี้ ในหนึ่งคอกบรรจุภัณฑ์ สามารถบรรจุม้าได้สามตัว ซึ่งการจัดการในขั้นตอนนี้ ผู้ให้บริการจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของม้า และธรรมชาติของม้าให้ดีด้วย เพราะการขนส่งม้ามีข้อควรระวัง คือ ห้ามบรรจุม้าที่เป็นพ่อพันธุ์ (Stallion) ทั้งหมดในคอกเดียวกัน โดยจะต้องมีการคละกันระหว่าง ม้าตัวเมีย (Mare) กับม้าตัวผู้ที่ตอนแล้ว (Gelding) เพื่อเป็นการป้องกันการต่อสู้กัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย และส่งผลต่อความปลอดภัยของทั้งม้าและเครื่องบินได้

นอกจากนี้ การส่งออกม้าทุกครั้ง จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ (Grooms) คอยดูแลม้าบนเครื่องบินอยู่ตลอดเวลา โดยหน้าที่หลัก คือ การตรวจเช็คอาการของม้าทุกสองชั่วโมง รวมทั้งยังต้องมีการทำความสะอาดคอกบรรจุภัณฑ์ และจัดเตรียมอาหารและน้ำให้เพียงพอตลอดการเดินทาง “นอกจากเจ้าหน้าที่ดูแลม้าของเราจะมีประสบการณ์ ความรู้ และความเชี่ยวชาญในการดูแลม้าเป็นอย่างดีแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านสัตวแพทย์อีกด้วย เพราะหากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นกับม้า เจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องสามารถให้การช่วยเหลือและแก้ปัญหาได้ในทันที” คุณสุวิชา กล่าวเพิ่มเติม

คุณสุวิชา บุญเต็ม ผู้จัดการ ฝ่ายปฏิบัติการสนามบิน บริษัท TAC

Special Care

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ให้บริการขนส่งสัตว์จะมีการปฏิบัติตามกฏระเบียบการขนส่งอย่างเคร่งครัดแล้วก็ตาม แต่หากผู้ปฏิบัติการไม่มีความรู้และความเข้าใจในการขนส่งสัตว์ ก็อาจส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดและเป็นอันตรายต่อชีวิตสัตว์ได้ โดยคุณสุวิชา ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ความผิดพลาดในการขนส่งสัตว์ส่วนใหญ่มาจากบุคลากรที่ไม่มีความรู้และความเข้าใจในการขนส่ง โดยสำหรับ TAC เองนั้น แม้ว่าจะมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการขนส่งสัตว์มาเป็นเวลาหลายปี แต่ทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ เราจะมีการเน้นย้ำบุคลากรทุกคนให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบและมีความคิดไตร่ตรองการดำเนินการทั้งหมดก่อนลงมือปฏิบัติทุกครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด และสามารถให้บริการขนส่งสัตว์ที่มีมูลค่าทางจิตใจเหล่านี้ ได้อย่างปลอดภัย

“สิ่งสำคัญที่ส่งเสริมให้ทีมงานของ TAC เป็นทีมงานที่มีคุณภาพ มาจากความรักและเอาใจใส่ให้แก่สัตว์ทุกชนิดที่เราขนส่ง โดยบริษัทฯ ได้มีการเน้นย้ำกับพนักงานทุกคนเสมอว่า เมื่อเรามีหน้าที่ในการดูแลบริหารจัดการสัตว์เหล่านี้ เราจึงต้องมีความรักและความรับผิดชอบดูแลสัตว์ทุกชนิดเป็นอย่างดี เนื่องจากการขนส่งสัตว์มีความสำคัญและคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าทางการเงิน ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ในการขนส่งสัตว์ของ TAC ทุกครั้ง ความผิดพลาดจึงต้องเป็นศูนย์” คุณสุวิชา กล่าวปิดท้าย

ทั้งหมดนี้ต่างได้แสดงให้เราเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับตามมาตรฐานสากลแล้ว สิ่งที่สร้างความโดดเด่นและความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นคือ การดูแลและเอาใจใส่สัตว์ทุกประเภท รวมทั้ง ยังมีการใส่ใจในการขนส่งทุกขั้นตอน เปรียบเสมือนว่าสัตว์เหล่านี้เป็นลูกค้าคนสำคัญของ TAC

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน