facebook_pixel
IMG_2594-NEW2

BFS แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าคนใหม่ เสริมความแข็งแกร่งในองค์กร

ด้วยความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดนิ่ง สร้างพื้นฐานความเข้าใจที่แข็งแกร่ง และพัฒนาองค์ความรู้อยู่เสมอ ทำให้ คุณพินิจ นันตวรรณกุล ได้รับโอกาสและได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า หรือ Director of Cargo Operations คนใหม่ ประจำ Bangkok Flight Services (BFS) หนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการจัดการสินค้าภาคพื้นประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ BFS เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง สายการบิน Bangkok Airways และ บริษัท Worldwide Flight Services (WFS) บริษัทผู้ให้บริการจัดการสินค้าภาคพื้นชั้นนำของโลก โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทาง BFS ได้แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าคนใหม่เพื่อขับเคลื่อนบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งกว่าเดิม โดย คุณพินิจ ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มประมูลงานคลังสินค้าฯ และปฏิบัติงานกับ BFS มาตั้งแต่บริษัทฯ เริ่มเปิดให้บริการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของธุรกิจมาตั้งแต่เริ่มต้น

เพื่อทำความรู้จักกับผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้าคนใหม่ของ BFS ให้ดียิ่งขึ้น นิตยสาร AFL ได้รับเกียรติจาก คุณพินิจ นันตวรรณกุล ผู้อำนวยการฝ่ายงานปฏิบัติการคลังสินค้า (Director of Cargo Operations) มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ รวมทั้งมุมมองและเป้าหมายที่ BFS มุ่งหวังในอนาคต

Work with Passion

คุณพินิจ นันตวรรณกุล

เมื่อเรารักในสิ่งไหน ท้ายสุดชีวิตก็จะวนกลับมาหาสิ่งนั้น คงเป็นประโยคที่อธิบายถึงเส้นทางการทำงานของคุณพินิจ ได้เห็นภาพมากที่สุด เพราะจากความหลงใหลในการบิน ทำให้คุณพินิจ ได้ตัดสินใจเริ่มทำงานที่ได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่รักมากที่สุด นั่นคือการปฏิบัติงานร่วมกับบสายการบิน และแม้จะมีโอกาสได้ลองไปปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ ปิโตรเลียม การโรงแรมและการเกมส์บันเทิงและจิวเวอรี่มาเป็นเวลาหลายปี แต่ท้ายที่สุด โอกาสและความรักในอุตสาหกรรมการบิน ก็ทำให้คุณพินิจ ได้กลับมาทำงานในท่าอากาศยานและอุตสาหกรรมการบินอีกครั้ง คุณพินิจ กล่าวว่า “ผมมีโอกาสได้ทำงานในอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศครั้งแรก เพราะความชอบและหลงใหลเกี่ยวกับเครื่องบิน จึงตัดสินใจทำงานใกล้ชิดกับสิ่งที่รัก โดยได้ร่วมงานกับสายการบินชั้นนำอย่าง Bangkok Airways ในปี 1993 ในภาคส่วนผู้โดยสาร คอยทำหน้าที่ เช็คอินผู้โดยสาร และให้บริการ ดูแล VIP จึงได้มีโอกาสพบกับ นพ. ปราเสิรฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท Bangkok Airways เป็นครั้งแรก จากนั้นได้เก็บเกี่ยวการทำงานในตำแหน่งนี้สักพัก จนเมื่อประสบการณ์ต่างๆ อิ่มตัว ก็ได้ผันตัวไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น เพื่อค้นหาประสบการณ์และแรงบันดาลใจ แต่ด้วยความหลงใหลในอุตสาหกรรมการบิน และได้รับโอกาสจาก Bangkok Airways อีกครั้ง ทำให้ผมได้กลับมาทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ตนเองรัก”

ด้วยการเล็งเห็นในศักยภาพและความสามารถที่โดดเด่น คุณพินิจ จึงได้รับโอกาสกลับมาที่ Bangkok Airways อีกครั้ง “ปี 2000 ผมได้มีโอกาสกลับมาร่วมงานอีกครั้งในภาคส่วนการขนส่งสินค้าของสายการบินฯ โดยประจำอยู่ท่าอากาศยานดอนเมือง เนื่องจากบริษัทฯ ได้เริ่มนำเครื่องบินประเภท Boeing 717 ซึ่งมีพื้นที่ระวางบรรทุกสินค้ามากขึ้นเข้ามาเสริมประจำการ ท่านประธานฯ เล็งเห็นว่าน่าจะสามารถเสริมรายได้ให้กับบริษัทฯ ได้อีกทางหนึ่ง ผมจึงได้รับโอกาสจากท่านประธาน ซึ่งชักชวนให้มาร่วมงาน ตอนนั้นผมไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ด้วยการที่ผมไม่ได้จบจากสายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าโดยตรง ส่วนตัวก็มีความกังวลว่าจะสามารถปฏิบัติงานได้ไหม เพราะเราไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน ท่านประธานฯ  บอกกับผมว่า ในเมื่องานอื่น ๆ ที่ผมทำก่อนหน้านี้ ผมยังไม่มีประสบการณ์เลย แต่ก็สามารถทำงานสำเร็จลุล่วงให้เขาได้ แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะเริ่มต้นทำงานด้านการขนส่งสินค้าตั้งแต่เริ่มใหม่ไม่ได้ จึงทำให้ผมมีแรงผลักดันและขวนขวายหาความรู้จนปฏิบัติงานได้มาจนถึงทุกวันนี้ ต้องขอบคุณทาง Bangkok Airways ที่มองเห็นศักยภาพในตัวผม และมอบโอกาสดี ๆ ให้ผมหลายครั้ง ส่งผลให้ผมประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ ผมก็เริ่มเรียนรู้งานไปเรื่อย ๆ ประมาณหกปี จากนั้นทาง Bangkok Airways ตัดสินใจร่วมทุนกับ WFS เพื่อประมูลพื้นที่คลังสินค้าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผมก็ได้รับโอกาสให้เข้ามาเรียนรู้ในส่วนของคลังสินค้าและนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของผมกับ BFS” คุณพินิจ กล่าว

 

ซึ่งแม้จะมีความท้าทายและกดดัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ คุณพินิจ ย่อท้อ แต่กลับมุมานะมากกว่าที่เคย “ตอนเริ่มปฏิบัติงานช่วงแรก เราก็เรียนรู้ขั้นตอนการปฏิบัติงานต่าง ๆ ใหม่ทั้งหมด แต่ด้วยพื้นฐานที่เราเป็นคนชอบขวนขวายและใฝ่รู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เราเรียนรู้งานได้รวดเร็ว เราก็ทั้งหาความรู้เอง เรียนรู้เรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ และเรียนรู้จากการเข้าไปพบสนธนากับลูกค้า ทุกคนในอุตสาหกรรมที่มีความรู้และประสบการณ์ล้วนเป็นครูให้กับเราหมด” คุณพินิจ กล่าว

ซึ่งจากประสบการณ์ที่ปฏิบัติงานทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น เรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ ทำให้คุณพินิจ เข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงาน รวมทั้งกฎระเบียบต่างๆ อย่างละเอียดพอควร รวมทั้งเห็นความเป็นไปและการพัฒนาของ BFS ตั้งแต่เริ่มแรก

“ที่ BFS สิ่งหนึ่งที่เรายึดมั่นมาตลอดคือการปฏิบัติงานตามกฎระเบียบ กระบวนการทำงานต่าง ๆ ของ BFS มีการอ้างอิงระบบมาตรฐานสากล ทุกอย่างอยู่ในแนวทางที่กำหนด แต่ถึงกระนั้น เราก็มีความยืดหยุ่นและเปิดใจรับฟังเหตุผลของผู้ใช้บริการ หากลูกค้ามีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไร เราก็พร้อมรับฟัง แต่ขอเป็นการพูดคุยด้วยเหตุผล การใช้ความรู้สึกมาพูดกัน ไม่มีใครผิด แต่ก็ไม่สามารถหาข้อบรรลุที่สามารถปฏิบัติได้ เราพร้อมรับฟังบนพื้นฐานของหลักการและเหตุผลที่ฟังได้เพื่อส่วนรวม”

“เมื่อได้พูดคุย รับฟัง และสื่อสารกันบนหลักของเหตุผลและความถูกต้อง ขั้นตอนบางอย่างก็สามารถปรับได้ หากส่งผลดีและช่วยให้กระบวนการทำงานในภาพรวมราบรื่นและมีประสิทธิภาพขึ้น ในส่วนของผมเองก็มีการพูดคุยกับตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้า และสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) อยู่เป็นประจำ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและคอยอัพเดตข้อมูลอยู่เสมอ เรามีการปรับเปลี่ยนแผนงานตามความเหมาะสมเช่นกัน อาทิ ก่อนหน้านี้ เราให้เวลาผู้ส่งในการส่งมอบสินค้ามาที่คลัง 48 ชั่วโมงก่อนเวลาที่เที่ยวบินนั้นจะออก (Scheduled Time of Departure หรือ STD) แต่เพราะคลังสินค้าของเราถูกออกแบบมาให้เป็นคลังสำหรับขนถ่ายสินค้าที่เข้าและออกรวดเร็ว (turnover) ไม่ใช่คลังที่ออกแบบมาเพื่อจัดเก็บสินค้า (storage) โดยเฉพาะ เมื่อมีสินค้ามาจัดเก็บล่วงหน้านานเกินไป ก็ทำให้พื้นที่ถูกใช้ไปโดยไม่มีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของการสร้างคลังภายใต้ TOR เพราะสายการบินจะแจ้ง load plan มาให้เราล่วงหน้า 12 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้พื้นที่ในคลังถูกใช้อย่างเปล่าประโยชน์เป็นเวลา 36 ชั่วโมง พื้นที่ทั้งหน้าคลังสินค้าและในคลังก็เต็ม เราจึงตัดสินใจเข้าไปพููดคุยกับ TAFA ท้ายที่สุดจึงปรับเปลี่ยนกฎระเบียบใหม่ โดยปรับให้เป็น 24 ชั่วโมงจะดีกว่าไหม อธิบายเหตุและผล เพื่อให้สินค้าหมุนเวียนและมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น สามารถขนส่งได้ราบรื่น และส่งผลดีกับทุกฝ่าย เพราะทุกคนต้องทำความเข้าใจว่า ในซัพพลายเชนทั้งหมด ทุกคนเป็นห่วงโซ่ที่ต่อเกี่ยวกัน หากโซ่หนึ่งดีก็ย่อมส่งผลดีต่อโซ่ถัดๆ ไปในภาพรวม ซึ่ง BFS ก็เป็นหนึ่งในห่วงโซ่นั้น และเราก็พยายามรักษามาตรฐานการทำงานของเราให้ดี มีการยกระดับบริการและเสริมสร้างทีมบุคลการที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างห่วงโซ่ที่แข็งแกร่งและก้าวหน้าไปด้วยกันได้” คุณพินิจ กล่าว

Build a Strong Team

โดยจากการรับตำแหน่งใหม่นี้ ความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของคุณพินิจ ไม่เพียงครอบคลุมถึงการยกระดับบริการและเปิดรับความคิดใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดความรู้ มอบโอกาส และพัฒนาทักษะของบุคลากรให้มีความแข็งแกร่งอีกด้วย “ผมอยากสร้างทีมของเราให้มีประสิทธิภาพและแข็งแกร่งมากขึ้น โดย Mr. David Ambridge ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ทั่วไป (General Manager) ก่อนหน้าผม ได้สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่มีรากฐานแข็งแกร่งและดีงามไว้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องนับถือ Mr. Ambridge ก็คือ ความมุ่งมั่นและความตั้งใจผลักดันให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า อย่าง Straight Forward ผมคิดว่าการจะหาใครที่เก่งทัดเทียม Mr. Ambridge ได้คงเป็นการยาก ตัวผมเองก็อยากมีโอกาสได้เรียนรู้จาก Mr. Ambridge มากกว่านี้เช่นกัน ภายหลังจากได้รับตำแหน่งใหม่ ผมเองก็พยายามเรียนรู้มากขึ้น เพื่อสั่งสมความรู้และประสบการณ์ และถ่ายทอดให้กับบุคลากรในองค์กรของเรา” คุณพินิจ กล่าว

“ผมเชื่อว่า บุคลากรของเรามีคุณภาพ แต่บางครั้งเราอาจขาดโอกาสในการพัฒนาหรือต่อยอด ซึ่งภายหลังจากการรับตำแหน่งใหม่นี้ ผมก็อยากเติมเต็มและมอบโอกาสให้กับบุคลากรในองค์กรมากขึ้น เราไม่ได้เพียงสร้างงานเท่านั้น แต่ต้องการสร้างคนด้วย โดยสำหรับองค์กรเราเอง เราก็เฟ้นหาคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นและพร้อมปฏิบัติงาน พร้อมเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญให้กันและกัน รวมทั้งส่งเสริมความแข็งแกร่งภายในองค์กรให้มากขึ้น เราไม่ได้ปิดกั้นความรู้ให้อยู่เฉพาะตำแหน่งที่แต่ละคนได้รับมอบหมายเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิ์เรียนรู้และเพิ่มพูนความรู้ของตัวเองทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความเอาใจใส่ ของบุคคลนั้น นั่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่เราหมั่นสร้างเสริมบุคลากรที่มีความกระตือรือร้นและรักในการทำงานอย่างแท้จริง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรของเราอย่างแข็งแกร่ง”

“สำหรับ BFS เอง อย่างที่บอกว่า เรามีความมุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้า เราจึงไม่หยุดรักษาคุณภาพการให้บริการเพียงเท่านี้ แต่มีการพัฒนาและยกระดับการทำงานอยู่เสมอ ซึ่งรวมทั้งการลงทุนและสั่งซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ ด้วย เพื่อให้บริการตรงตามมาตรฐานที่วางไว้ โดยตลอด 11 ปีที่เราปฏิบัติงานในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมา เราก็พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยในอนาคต เรามีการวางแผนขยายพื้นที่การทำงานให้มากขึ้น ซึ่งแม้ปัจจุบันจะยังขยายพื้นที่ทางแนวราบไม่ได้ เราก็หันมาขยายความสามารถทางแนวดิ่ง โดยเราจะติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ใหม่เพิ่มขึ้น อาทิ Dimension Scanners เพิ่มขึ้น 4 ตัว และเครื่อง ASRS ที่สามารถจัดเก็บสินค้าได้เพิ่มอีก 1,072 โลเคชั่นภายในปี 2018 เพื่อขยายความสามารถในการให้บริการสินค้าแก่ลูกค้าสายการบินอื่นๆ เพิ่มยิ่งขึ้น ทำให้มีศักยภาพในการรองรับสินค้าได้มากกว่าเดิม”

Mr. Stewart Sinclair กรรมการผู้จัดการ บริษัท Bangkok Flight Services กล่าวเกี่ยวกับการรับตำแหน่งใหม่ของคุณพินิจว่า “คุณพินิจทำงานร่วมกับ BFS มาตั้งแต่บริษัทฯ เริ่มเปิดให้บริการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่ายินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นความสำเร็จของคุณพินิจ จากที่เขาได้สั่งสมประสบการณ์และเสริมสร้างทักษะตลอดระยะเวลาที่เขารับตำแหน่งผู้จัดการ และด้วยความสามารถที่โดดเด่นของเขา เขาจึงเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่จะรับตำแหน่งผู้อานวยการฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า จากความสามารถในการปฏิบัติงานของคุณพินิจ ผมเชื่อว่าเขาจะช่วยยกระดับการทำงานของ BFS ให้ก้าวไปอีกขั้น เราเชื่อว่า คุณพินิจจะช่วยพัฒนา BFS Cargo ให้ก้าวหน้าและช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงการให้บริการที่เพียบพร้อมด้วยคุณภาพของ BFS อย่างยั่งยืน”

จากแนวคิดของการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง รักษามาตรฐานการทำงาน ผนวกกับการรักในองค์กรและรักในการทำงาน เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการทำงานในทุก ๆ วันของคุณพินิจ ซึ่งคุณพินิจ ไม่เพียงยึดมั่นหลักการดังกล่าวกับตัวเองเท่านั้น แต่ผลักดันและเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรคนอื่นอีกด้วย “ตั้งแต่เริ่มต้น BFS เป็นองค์กรที่ให้โอกาสกับผมหลายอย่าง และจากการได้รับโอกาส ผมก็อยากส่งมอบโอกาสนั้นต่อให้กับคนอื่นๆ ในองค์กร และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่พัฒนาองค์กรไปข้างหน้าเช่นกัน ผมพูดได้เลยว่า ผมรัก BFS เพราะ BFS คือบ้านของผม และนี่เป็นสิ่งที่ผมบอกกับพนักงานของเราเช่นกัน” คุณพินิจ กล่าว