KN front cover 4

KN FreightNet ระบบขอราคา ทำบุ๊คกิ้ง และติดตามสถานะออนไลน์โดย Kuehne + Nagel

โดยปกติ เมื่อลูกค้าต้องการขอราคาในการขนส่งจะต้องดำเนินการหลายขั้นตอน และใช้เวลาดำเนินงานหลายวัน ตั้งแต่การส่งอีเมล์ โทรสอบถามข้อมูล และติดตามความคืบหน้า นอกจากนี้ ยังไม่รวมกรณีที่ผู้ใช้บริการอาจต้องประสานงานและขอข้อมูลจากสำนักงานต่างประเทศ ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายของเขตเวลาที่แตกต่างกัน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อคุณใช้บริการ KN FreightNet แพล๊ตฟอร์มขอราคา ทำบุ๊คกิ้ง และติดตามสถานะสินค้าออนไลน์ในหนึ่งเดียวโดย Kuehne + Nagel

ทั้งนี้ Kuehne + Nagel บริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำของโลก ได้พัฒนาและเปิดให้บริการแพล๊ตฟอร์มออนไลน์ครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการให้ประเมินราคาสำหรับขนส่งสินค้า ผู้ใช้บริการเพียงระบุขนาดและจำนวนของสินค้าก็สามารถทราบราคาและข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย อีกทั้งสามารถตรวจสอบสถานะ และติดตามข้อมูลผ่านระบบได้อีกด้วย ไม่ว่าคุณจะต้องการจัดส่งสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทางแห่งใดก็ตาม Kuehne + Nagel ก็สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุมด้วยเครือข่ายสำนักงานมากกว่า 1,300 แห่ง ใน 100 ประเทศทั่วโลก

นิตยสาร AFL ฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก Mr. Christoph Steen ผู้บริหาร แผนกการขนส่งสินค้าทางอากาศ ในประเทศไทย กัมพูชา และ พม่า บริษัท Kuehne + Nagel Limited เกี่ยวกับ KN FreightNet แพล็ตฟอร์มออนไลน์ที่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในการจัดการบุ๊คกิ้งและชิปเม้นต์ได้อย่างง่ายดาย

KN FreightNet โดย คูห์เน่ พลัส นาเกิ้ล

A Better Way

ปัจจุบัน การตัดสินใจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจำเป็นต้องได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งระบบการจองสินค้าแบบเดิมอาจไม่สามารถตอบสนองได้อย่างทันใจ และนั่นเองเป็นจุดที่ KN FreightNet เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการทราบราคา พร้อมเสนอตัวเลือกในการขนส่งที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งยังสามารถติดตามสถานะชิปเม้นต์ได้ไม่ว่าสินค้าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

Mr. Christoph Steen

โดยทั่วไปแล้ว ในการดำเนินการเพื่อขอทราบราคาในการขนส่งสินค้า ลูกค้าต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ทั้งการรับและส่งอีเมลล์ และติดตามผลการดำเนินงานต่างๆ และหากเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ กระบวนการต่างๆ ย่อมมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะบางครั้งราคาที่ได้รับอาจยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าลูกค้าต้องดำเนินการต่างๆ อีกครั้ง และยิ่งกว่านั้น ผู้ให้บริการแต่ละบริษัทก็มีแบบฟอร์มที่แตกต่างกัน อาจทำให้เปรียบเทียบราคาค่าบริการได้ไม่ง่ายนัก

Mr. Steen ได้อธิบายเกี่ยวกับระบบการทำงานของ KN FreightNet ว่า “เว็บไซต์ของเราเป็นช่องทางให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การขอราคา การทำบุ๊คกิ้ง และติดตามสถานะของสินค้า โดยลูกค้าสามารถใช้งานในทุกฟังค์ชั่นและทราบทุกข้อมูลที่ต้องการผ่านแพล๊ตฟอร์มเดียว โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะระบบของเราสามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวก ซึ่งปัจจุบัน เราให้ บริการครอบคลุมทั้งการขนส่งสินค้าทางอากาศและการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LCL)”

“ในการใช้งาน ลูกค้าเพียงสร้างบัญชี จากนั้นระบุรหัสไปรษณีย์ (zip code) ของต้นทางและปลายทาง วันที่ต้องการให้สินค้าจัดส่งถึงที่หมาย และขนาดของสินค้า จากนั้น ระบบจะทำ การคำนวณอัตราค่าบริการอัตโนมัติ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกการให้บริการได้หลากหลายตามความต้องการ ทั้ง door-to-door, airport-to-door หรือ door-to-airport ด้วยเครือข่ายทั่วโลกที่ครอบคลุมกว่า 85,000 เส้นทางการให้บริการ เราสามารถให้บริการขนส่งสินค้าไปยังที่หมายได้ตรงตามเวลาที่ลูกค้ากำหนด”

Transparency

นอกจากการใช้งานที่ง่ายดายและสะดวกรวดเร็วแล้ว KN FreightNet ยังมีความโปร่งใสในเรื่องของอัตราค่าบริการ เนื่องจากระบบได้รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ใบเสนอราคาที่แจ้งบนเว็บไซต์ตรงกับราคาที่ลูกค้าต้องชำระ “ลูกค้าสามารถวางใจได้ว่า ไม่มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ระบุไว้อย่างแน่นอน ราคาที่อยู่บนหน้าเว็บไซต์คือราคาทั้งหมดที่ลูกค้าต้องชำระ ไม่มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากนั้นเพิ่มในภายหลัง ระบบทำการคำนวณภาษีและค่ารักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ด้วยความโปร่งใสของราคาช่วยให้ลูกค้าจัดการค่าใช้จ่ายโลจิสติกส์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่หลายบริษัทเผชิญเมื่อได้รับใบเสนอราคา เช่น ราคานั้นยังไม่รวมภาษี ณ ปลายทาง หรือค่าบริการขนส่งทางบก ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ที่คาดการณ์ไว้มีความคาดเคลื่อนซึ่งมีผลกระทบและไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ สำหรับบางบริษัทอาจหมายถึงการดำเนินเอกสารภายในใหม่ทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้เองที่โซลูชั่นของ KN FreightNet ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ เพราะมีการรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างเบ็ดเสร็จแล้ว” Mr. Steen กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการ KN FreightNet ยังสามารถเลือกรูปแบบความรวดเร็วในการขนส่งได้ตามความต้องการอีกด้วย Mr. Steen กล่าวว่า “เรามีรูปแบบการขนส่งทั้งหมดสามรูปแบบ ได้แก่ KNExpress, KNExpert และ KNExtend สำหรับ KNExpress เป็นบริการขนส่งสินค้าด้วยเวลาขนถ่ายสินค้าที่เร็วที่สุด ช่วยให้ลูกค้าวางแผนและจัดการชิปเม้นต์ได้ตลอดการเดินทาง และรวมค่าบริการขนส่งด่วนของสายการบินแล้ว ใช้เวลาขนส่งสินค้าเพียง 1 ถึง 3 วัน KNExpert หรือบริการ air premium เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการขนส่งด้วยเที่ยวบินตรงให้ได้มากที่สุด ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ให้บริการรับและส่งสินค้าตามที่หมายที่ระบุ ใช้เวลาในการขนถ่ายสินค้าประมาณ 3 ถึง 5 วัน และรูปแบบสุดท้ายคือ KNExtend เป็นทางเลือกการขนส่งสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการความด่วน โดยช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ใช้เวลาในการขนส่งสินค้าประมาณ 6 ถึง 15 วัน ทั้งนี้ บริการ KN Freight Net ให้บริการสำหรับสินค้าทั่วไป ในส่วนของสินค้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษอย่างสินค้าอันตรายและสินค้าควบคุมอุณหภูมิ เราแนะนำให้ผู้ใช้งานติดต่อบุคลากรของเราโดยตรง เพราะสินค้าเหล่านี้ต้องได้รับการจัดการสินค้าที่ละเอียดและเข้มงวดมากกว่า รวมทั้งต้องได้รับการประเมิน ราคาที่ละเอียดกว่านี้ด้วย”

Mr. Steen อธิบายเพิ่มเติมว่า การประเมินราคาผ่านระบบบน KN FreightNet สามารถรองรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ 304 x 230 x 160 เซนติเมตร และน้ำหนักมากที่สุด 6,804 กิโลกรัม สำหรับผู้ใช้บริการที่ต้องการขนส่ง สินค้าที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ควรติดต่อสำนักงาน Kuehne + Nagel โดยตรง เพื่อดูแลและให้บริการจัดการสินค้าที่อ่อนไหวเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ต้องการการดูแลที่มีความละเอียดมากกว่าสินค้าทั่วไป

Suitable for ALL Sizes of Companies

ทั้งนี้ ระบบ KN FreightNet รองรับผู้ใช้บริการทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ หรือไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีจำนวนสินค้ากี่ชิ้นก็ตามก็สามารถใช้บริการ KN FreightNet ได้เช่นกัน Mr. Steen กล่าวว่า “แพล๊ตฟอร์มของเราได้รับการออกแบบมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด เรามีทั้งลูกค้าที่ขนส่งหนึ่งชิปเม้นต์ ไปจนถึงลูกค้าที่ขนส่งพันๆ ชิปเม้นต์ต่อปี ดังนั้น ไม่ว่าลูกค้าจะมีจำนวนสินค้าเท่าไหร่ เราก็พร้อมให้บริการได้ ตรงตามรูปแบบธุรกิจของคุณได้”

Mr. Steen กล่าวเสริมว่า “สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เราเข้าใจถึงความท้าทายที่บริษัทต้องเผชิญ เนื่องจากส่วนมาก แผนกโลจิสติกส์ของบริษัทมักมีบุคลากรจำกัด และต้องบริหารจัดการบุ๊คกิ้งจำนวนมาก ซึ่งมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน และในเวลาที่จำกัด KN FreightNet สามารถช่วยให้สถานการณ์ของพวกเขาง่ายขึ้นได้ และยังช่วยลดความผิดพลาดได้อีกด้วย ในส่วนของบริษัทรายใหญ่ ซึ่งมีจำนวนบุ๊คกิ้งหลายรายการ ก็สามารถอัพโหลดแบบฟอร์มขึ้นบน KN FreightNet ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน ระบบของเราจะทำการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลใหม่ซ้ำ เพียงแค่คลิกและเลือกข้อมูลที่บันทึกเอาไว้ ช่วยลดเวลาและลดขั้นตอนการดำเนินงานให้น้อยลงอีกด้วย”

นอกจากนี้ จากแนวโน้มของธุรกิจ e-Commerce ที่มีการเติบโตอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Kuehne + Nagel เชื่อว่าแพล๊ตฟอร์มนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจต่างๆ ได้ “จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ทำให้เกิดการแข่งขันใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ทุกบริษัทต่างมองหาวิธีลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการปรับกระบวนการทำงาน ปรับใช้การบริหารจัดการและปรับปรุงการทำงานแบบลีน เพื่อลดค่าใช้จ่ายภายในบริษัทลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดล้วนได้รับการกระตุ้นจากการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจประเภทนี้อาจยังไม่ได้เติบโตอย่างเต็มที่ในประเทศไทย แต่เราก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว เห็นได้ชัดเจนว่า ผู้ประกอบการและผู้บริโภคต่างตื่นตัวกับเทรนด์นี้อย่างมาก ระบบการซื้อของออนไลน์และการจองออนไลน์ต่างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คุณสามารถทำทุกอย่างได้ง่ายดายแค่เพียงปลายนิ้ว ซึ่งด้วยความสะดวกและความทันสมัยนี้เอง ที่ทำให้ KN FreightNet จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเต็มรูปแบบ” Mr. Steen กล่าว

KN FreightNet โดย คูห์เน่ พลัส นาเกิ้ล

Keep Improving

อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าที่คุ้นชินกับระบบการขอราคาและจองบุ๊คกิ้งแบบเดิม Kuehne + Nagel ก็ยังคงเปิดให้บริการอยู่ดังเดิม Mr. Steen กล่าวว่า “การเปิดตัว KN FreightNet ลูกค้ายังคงสามารถติดต่อเราผ่านทุกช่องทางที่สะดวก KN FreightNet ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้า โดยปัจจุบัน เราเปิดให้บริการ KN FreightNet เป็นปีที่สี่แล้ว ซึ่งเปิดให้บริการครอบคลุมเกือบทุกประเทศในเครือข่ายของเรา และทีมงานของเราก็ทำการพัฒนาแพล๊ตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการพัฒนาระบบการคำนวณอัตราสกุลเงิน (cross-rate) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการใช้งานได้อย่างสะดวก สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราเข้าใจว่าความรวดเร็วและเวลาถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินงาน เพื่อการตัดสินใจได้รวดเร็ว เปรียบเทียบราคาและประมวลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในส่วนนี้เองที่เรามองว่า KN FreightNet ถือเป็นเครื่องมือสำคัญทั้งในปัจจุบันและสำหรับอนาคต”

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน