Shopping cart icon with lines pointing on different places around the globe, online shopping concept

Cross-border e-Commerce ตัวแปรสำคัญ กระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมขนส่งทางอากาศ

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ e-Commerce ไม่เพียงกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในทุกระดับเท่านั้น แต่ยังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแต่ละภาคส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการขนส่งสินค้า คลังสินค้า การจัดการยกขนสินค้า แม้กระทั่งธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศเองก็จำเป็นต้องเร่งปรับตัวและพัฒนารูปแบบบริการให้สอดคล้องกับการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ด้วย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ธุรกิจ e-Commerce ถือเป็นช่องทางการค้าที่มีส่วนผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และในทำนองเดียวกัน เศรษฐกิจโลกที่มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นสาเหตุหลักที่ผลักดันให้ธุรกิจการค้าออนไลน์ อย่าง e-Commerce มีทิศทางการเติบโตสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการค้าในรูปแบบของธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) การค้าขายระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ (B2B) หรือแม้กระทั่งการค้าระหว่างผู้ซื้อขายรายย่อยหรือผู้บริโภคกับผู้บริโภค (C2C)

The Rise of Cross-border e-Commerce
เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2019 การค้าผ่านช่องทางออนไลน์จะเติบโตขึ้นเป็นประมาณ 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้ภาคส่วนการค้าที่มีเปอร์เซ็นต์การเติบโตสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดก็คือ ธุรกิจการค้าออนไลน์แบบไร้พรมแดน หรือการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (cross-border e-Commerce) ซึ่งเป็นการค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่อยู่ในต่างประเทศ โดยหนึ่งในช่องทางการขนส่งที่สำคัญของการซื้อขายในรูปแบบนี้คือการขนส่งสินค้าทางอากาศ เนื่องจากเป็นวิธีการขนส่งสินค้าที่รวดเร็ว ไปยังปลายทางในต่างประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไปได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อสินค้า e-Commerce ที่ต้องการความรวดเร็ว เร่งด่วน อีกทั้ง ส่วนใหญ่ยังมักจะเป็นการสั่งซื้อในปริมาณที่ไม่มาก จากการเติบโตด้านความต้องการขนส่งสินค้าที่เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดนี้ ได้ส่งผลให้ความต้องการใช้งานเครื่องบินขนส่งสินค้าและพื้นที่ระวางสินค้าใต้ท้องเครื่องบินโดยสารพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในแต่ละภาคส่วนจึงจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมรับมือกับการเติบโตของตลาดที่กำลังสูงขึ้นนี้

Automated Logistics
แน่นอนว่าเมื่อผู้ผลิตสินค้าหรือผู้ขายสินค้ามีช่องทางการขายที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น ตลาดเติบโตขึ้น ความต้องการสินค้าเพิ่มสูงขึ้น โรงงานก็ต้องผลิตสินค้ามากขึ้น นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงบริการด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ การบรรจุภัณฑ์สินค้า การจัดแต่งหีบห่อสินค้าใหม่ การจัดเก็บสินค้า หรือแม้กระทั่งการขนส่งสินค้า ที่ต้องมีการยกระดับปริมาณการจัดการสินค้า เพิ่มความรวดเร็ว และความพร้อมในการตอบรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการให้สูงขึ้นด้วย ดังนั้น หลายธุรกิจจึงต้องมองหาเทคโนโลยีที่สามารถเข้ามาช่วยในการปฏิบัติการให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบซอฟต์แวร์ อย่าง ระบบการจัดการคลังสินค้าและระบบเติมสินค้าอัตโนมัติ ระบบการลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ ระบบหยิบยกสินค้าอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์อัจฉริยะ เข้ามาช่วยในการปฏิบัติการ

Increasing Visibility
นอกเหนือจากการผลักดันให้อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าต้องยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติการให้แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว การเข้ามาของธุรกิจ cross-border e-Commerce ยังส่งผลต่อการเร่งพัฒนาโซลูชั่นในการติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เนื่องจากสินค้าหลายอย่างที่ผู้ซื้อสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และต้องมีการขนส่งต่อเนื่องในระยะทางไกลผ่านผู้ปฏิบัติการหลายราย ทำให้ลูกค้าต้องการความมั่นใจว่าสินค้าจะได้รับการจัดส่งในทุกขั้นตอนอย่างปลอดภัยจนถึงปลายทาง ดังนั้น ความสามารถในการตรวจสอบขั้นตอนการจัดส่งสินค้าได้แบบ end-to-end และระบบแจ้งเตือนสถานะสินค้าอัตโนมัติ จึงถือเป็นบริการที่สร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งจุดนี้จะทำให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าต้องเร่งพัฒนาหรือเลือกใช้โซลูชั่นการติดตามสินค้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้า เพราะเมื่อไหร่ที่ธุรกิจ e-Commerce สามารถไว้วางใจในประสิทธิภาพของบริษัทผู้ขนส่งสินค้าแล้ว พวกเขาจะเลือกใช้บริการต่อไปในระยะยาว

Shaping Warehouse Solutions
สำหรับผู้ประกอบการค้าขายออนไลน์ การบริหารจัดการสต็อกสินค้า การจัดเก็บ และการเติมสินค้าในคลังสินค้าเพื่อให้เพียงพอต่อการขายอยู่เสมอนับเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้น เมื่อสินค้ามีการไหลเวียนมากขึ้น ผู้ประกอบการก็จะต้องมีแนวทางในการจัดการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในจุดนี้จะทำให้ผู้ให้บริการโซลูชั่นระบบเติมสินค้าอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกออนไลน์ (e-Retailer) ขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ไม่มีคลังสินค้าเป็นของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเราจะเห็นการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้ให้บริการคลังสินค้าแก่ลูกค้าหลายราย (multi-client warehouse) ซึ่งเราจะพบว่าทั้งผู้ค้ารายใหญ่หรือแบรนด์สินค้าที่กำลังเติบโตหลายบริษัทก็หันมาใช้บริการคลังสินค้าในรูปแบบนี้มากขึ้น เนื่องจากเป็นโซลูชั่นที่ช่วยให้บริษัทสามารถลดต้นทุนด้านคลังสินค้าได้มาก เนื่องจากพวกเขาไม่จำเป็นต้องก่อสร้างคลังสินค้าหรือเช่าพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ขณะที่ผู้ให้บริการลักษณะยังสามารถนำเสนอบริการเพิ่มมูลค่าอื่นๆ เพิ่มเติมไปเป็นแพกเกจ อาทิ บริการจัดส่งสินค้าในช่วงสุดท้าย (last-mile delivery) บริการเติมสินค้า บริการบรรจุภัณฑ์สินค้า จัดหีบห่อ ติดป้ายสินค้าและบาร์โค้ด บริการตรวจสอบคุณภาพสินค้า และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทางฝั่งผู้ประกอบการค้า e-Commerce ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ก็จะได้รับประโยชน์ในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศภายใต้การลงทุนที่มีประสิทธิภาพทั้งด้านราคาและการปฏิบัติการ อีกทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจจากการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วขึ้น เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ซึ่งจะกลายเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้ตลาดขยายตัวได้รวดเร็วขึ้นด้วย

Rising Air Freight Demand
จากความต้องการในการขนส่งสินค้า e-Commerce ไปยังตลาดระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดประเทศจีนและเอเชียแปซิฟิก ที่มีการเติบโตของธุรกิจการค้าออนไลน์ในกลุ่ม cross border e-Commerce มากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น การเติบโตแบบก้าวกระโดดของเศรษฐกิจในภูมิภาค ที่ทำให้ค่านิยมและรูปแบบการเลือกซื้อเลือกใช้สินค้าของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้ง การที่พวกเขาไม่สามารถหาซื้อสินค้าที่ต้องการได้ในตลาดท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งการเลือกซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาโดยรวมถูกกว่า ก็ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ทำให้ความต้องการด้านพื้นที่ระวางสินค้าไปยังปลายทางระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น แนวโน้มการเติบโตนี้ เราจะเห็นได้จากการที่บริษัทขนส่งด่วนชั้นนำของโลกได้ลงนามสัญญาจองพื้นที่ระวางสินค้าไว้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ในเส้นทางที่หลากหลายขึ้น หรือแม้กระทั่งการที่บริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ชั้นนำของโลกได้หันมาใช้บริการเหมาลำเครื่องบินเพื่อขนส่งสินค้าเอง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบัน การค้าออนไลน์ระหว่างประเทศจะมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ในบางประเทศยังคงมีประเด็นที่ยังอยู่ในขั้นตอนการถกเถียงหรือหารือกัน เกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมายหรือระเบียบการทางศุลกากรที่แตกต่างกันออกไป เช่น การควบคุมมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสินค้า การชำระเงินระหว่างประเทศ การจัดการด้านภาษี และการนำเข้า-ส่งออกสินค้าบางรายการไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงจนเกินไปหรือให้เสียมากขึ้น หรือในบางประเทศอาจมีข้อกำหนดว่าสินค้าที่ขนส่งเข้าไปยังประเทศปลายทางต้องมีการติดฉลากเป็นภาษาท้องถิ่น เป็นต้น แต่โดยภาพรวมยังคงถือว่ามีแนวโน้มที่ดีและส่งผลด้านบวกต่ออุตสาหกรรมฯ เป็นอย่างมาก

เราจะเห็นได้ว่า การเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ล้วนแต่ผลักดันให้ผู้ให้บริการในแต่ละภาคส่วนของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ต้องปรับตัวและพัฒนาคุณภาพบริการ รวมไปถึงสินค้าของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบรับกับความต้องการเปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะประเภทการค้าที่กำลังมาแรง อย่าง cross-border e-Commerce ซึ่งจะทำให้เกิดผลดีและเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจ e-Commerce ลูกค้า และอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์โดยรวมต่อไป

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน