0694 resized

DHL Global Forwarding พร้อมรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศที่กำลังเติบโต

ปัจจุบัน ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศของไทยมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุมาจากไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ความเร่งด่วนในการขนส่งสินค้า การเติบโตขึ้นของตลาด e-commerce และการรวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งส่งผลให้การดำเนินธุรกิจ การค้า และการนำเข้า-ส่งออกทำได้อย่างเสรีมากขึ้น ในฐานะบริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าชั้นนำของโลก DHL Global Forwarding ได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของปริมาณการขนส่งสินค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจ และพร้อมที่จะสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าด้วยบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบรับกับความต้องการด้านการขนส่งสินค้าในเส้นทาง intra-Asia ให้มากที่สุด

intra-Asia เป็นเส้นทางการค้าที่มีปริมาณการขนส่งที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกโหมด ทั้งการขนส่งทางถนน ทางทะเล และทางอากาศ เนื่องจากเป็นเส้นทางการค้าที่ประกอบด้วยตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง บวกกับการพัฒนาทางสังคมในแต่ละประเทศที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จึงส่งผลให้กำลังซื้อของประชากร กำลังความต้องการในตลาด ทั้งในส่วนของผู้ผลิตและผู้บริโภคพุ่งสูงขึ้น จนทำให้ผู้รับ-ส่งสินค้ามีความต้องการบริการขนส่งสินค้าทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นโหมดการขนส่งที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

จากปริมาณการขนส่งสินค้าที่มีการเติบโตขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจอาเซียนที่ได้กระตุ้นให้การค้าภายในภูมิภาคฯ เพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจที่มีการนำเข้า-ส่งออกเติบโตสูงเป็นพิเศษในภูมิภาคนี้ ประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสินค้าที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีการค้าระหว่างกันสูงสุด ขณะที่สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุดของภูมิภาคฯ ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2018 (ม.ค.-เม.ย.) ว่า มูลค่าการนำเข้าคิดเป็น 81,101.8 ล้านเหรียญฯ ขยายตัว 17.18 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การส่งออกมีมูลค่า 81,775.1 ล้านเหรียญฯ ขยายตัว 11.53 เปอร์เซ็นต์ โดยหนึ่งในตลาดการส่งออกจากไทยที่มีการขยายตัวสูงคือ กลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะสินค้าประเภทรถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เสริมและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และน้ำมันสำเร็จรูป

AFL ได้มีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตของปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศสำหรับสินค้าแต่ละกลุ่มธุรกิจ การนำเสนอโซลูชั่นที่หลากหลาย รวมไปถึงความพร้อมในการให้บริการอย่างไร้รอยต่อแก่ลูกค้า กับหัวหน้าประจำกลุ่มธุรกิจ หรือ sector head ที่ดูแลด้านบริการจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศของสินค้าหลักแต่ละประเภท ของบริษัท DHL Global Forwarding (Thailand)

Growing Air Freight Demand
ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของไทยที่มีความได้เปรียบ และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการนำเข้าและส่งออกที่สำคัญของภูมิภาคฯ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทำให้เมื่อมีความต้องการด้านการขนส่งสินค้าที่ต้องการความเร่งด่วน ประเทศไทยจึงมีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทันที นอกจากนี้ ด้วยบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ บวกกับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ DHL Global Forwarding ส่งผลให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริการรับจัดการขนส่งทางอากาศของ DHL Global Forwarding ในไทยเติบโตขึ้นและเป็นที่น่าจับตามองในแทบทุกกลุ่มธุรกิจและทุกประเภทสินค้า

คุณสุวรรณี สุทธิเลิศกุล Head of Key Account Management 

“โดยภาพรวมถือว่าธุรกิจการรับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศของไทยเติบโตมากขึ้น ทั้งการนำเข้าและส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทาง intra-Asia ที่มีการขนส่งสินค้าปริมาณสูงขึ้น นอกจากนี้ การที่เราเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังช่วยให้เรามีโอกาสให้บริการจัดการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าของเราได้มากขึ้น เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับไทย อย่าง พม่า ลาว และกัมพูชา ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเที่ยวบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ได้เพียงพอ รวมไปถึงเครือข่ายเส้นทางการบินที่ยังไม่ครอบคลุมเท่าประเทศไทย ทำให้เราสามารถให้บริการโซลูชั่นขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (multi-modal) เช่น การขนส่งสินค้าทางอากาศ และขนส่งไปยังลูกค้าปลายทางในประเทศเพื่อนบ้านด้วยรถบรรทุก โดยเฉพาะสินค้าที่เป็น Oversized cargo ซึ่งมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
ด้วยบริการของ DHL Global Forwarding ที่หลากหลาย รวมไปถึงเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ทำให้เราตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ในแง่ของบริการรับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศของ DHL Global Forwarding เรามีบริการหลายระดับขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า อาทิ บริการเที่ยวบินตรง บริการเครื่องบินขนส่งสินค้าแบบเหมาลำ บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าตามมาตรฐานทั่วไป ไปจนถึงบริการขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าโดยผ่าน Warehouse Cross Dock และส่งต่อร้านค้า หรือสถานที่จัดจำหน่าย  หรือแบบรวมตู้ (consolidation) ขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ความเร่งด่วน รวมไปถึงต้นทุนการขนส่งที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ เรายังมีผู้เชี่ยวชาญในการดูแลจัดการสินค้าแต่ละประเภทคอยให้คำแนะนำลูกค้าและนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจมากที่สุดด้วย” 

คุณศศิธร วีรวรรณ Sector Head – Energy and Chemical  

“สินค้ากลุ่มพลังงานและเคมีภัณฑ์มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าเคมีในเส้นทางขาออกที่เติบโตขึ้นเกือบเท่าตัว โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตสินค้าเคมีที่นำเข้าวัตถุดิบเข้ามาผสม ผลิต และบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าประเภทสี ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด ผู้ผลิตจึงต้องรีบทำการบรรจุภัณฑ์สินค้าหลังผลิตเสร็จ และดำเนินการส่งออกภายในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด ดังนั้น การขนส่งสินค้าทางอากาศจึงเป็นรูปแบบการขนส่งที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี จากแนวโน้มตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ พบว่าบริษัทร่วมทุนระหว่างประเทศขนาดใหญ่มักเลือกใช้โหมดการส่งออกผ่านการขนส่งทางอากาศมากขึ้น รวมไปถึงปริมาณต่อชิปเมนท์ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีในเอเชียที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความเชี่ยวชาญพิเศษของ DG specialist ของทาง DHL Global Forwarding เองที่คอยดูแล ตรวจสอบข้อมูล และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในการขนส่งสินค้าอันตรายได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในบริการของเรามากขึ้น นอกจากนี้ เรายังสามารถให้บริการขนส่งสินค้าโครงการที่มีขนาดใหญ่และมีความยาวสูงแก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจพลังงาน รวมไปถึงการขนย้ายอุปกรณ์ขุดเจาะ ซึ่งเป็นโครงการที่จำเป็นต้องมีทีมงานดูแลตั้งแต่การสำรวจ การบรรจุภัณฑ์สินค้า การสำรวจเส้นทางการขนส่ง และการขนย้ายด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่สุด” 

คุณศศิธร บุตรดีวงษ์ Team Leader – Key Accounts และ Sector Head – Life Science and Healthcare

“สำหรับบริการจัดการขนส่งสินค้ากลุ่มชีววิทยาศาสตร์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ คือ ‘DHL Thermonet’ ซึ่งเป็นบริการเฉพาะสำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิ โดยทุกชิปเมนท์จะต้องมีคู่มือการปฏิบัติงาน (SOP) คอยกำกับ และมีการจัดการแบบพิเศษเฉพาะสำหรับแต่ละสินค้าชิปเมนท์แตกต่างกัน สำหรับทีมงานที่ดูแลสินค้าประเภทนี้จะต้องผ่านการอบรม และผ่านการสอบเพื่อรับใบรับรอง จากบริษัท DHL ที่เยอรมนี นอกจากนี้ ตู้สินค้าในบริการนี้ยังมีการติดตั้งสมาร์ทเซ็นเซอร์เพื่อติดตามสถานะสินค้าและอุณหภูมิในตู้สินค้าตลอดการขนส่ง เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจได้ว่าสินค้าจะอยู่ในระดับอุณหภูมิที่กำหนดตลอดเวลา เนื่องจากสินค้าประเภทยาและวัคซีนเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และมีความอ่อนไหวต่อเวลาและอุณหภูมิสูง ดังนั้น สินค้าจำเป็นต้องอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่ลูกค้ากำหนด โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบอุณหภูมิของการขนส่งตลอดเส้นทางได้  นอกเหนือจากการให้บริการจัดการขนส่งสินค้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัยสูงแล้ว อีกหนึ่งบริการเพิ่มมูลค่าที่ DHL Global Forwarding นำเสนอให้แก่ลูกค้าคือ การดำเนินการขออนุญาตและประสานงานกับทางองค์การอาหารและยา (อย.) และขอ LPI (License per Invoice) ผ่านระบบ online เนื่องจากบริษัทฯ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยดำเนินการพิธีการศุลกากร และจัดการนำส่งสินค้าถึงสถานที่เก็บยาของผู้นำเข้าหรือโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าได้แบบ One Stop Service”

คุณสรินยา สุถาพร Team Leader – Key Accounts และ Sector Head – Consumer and Retail 

“สำหรับบริการขนส่งสินค้าทางอากาศในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าในชีวิตประจำวัน เฟอร์นิเจอร์ สินค้าแบรนด์ระดับโลก ไปจนถึงวัตถุดิบเพื่อนำเข้ามาผลิตสินค้าแบรนด์เนมในไทยเพื่อส่งออกไปขายในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น ในการขนส่งวัตถุดิบเหล่านี้ ลูกค้ามักใช้บริการขนส่งชิ้นส่วนการผลิตจากไทยไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค หรือจากประเทศอื่นๆ มายังไทย เนื่องจากหลายประเทศในทวีปเอเชียเป็นฐานผลิตที่สำคัญของสินค้าเหล่านี้
จากการเติบโตของปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นการขนส่งชิปเมนท์เร่งด่วนสำหรับสินค้าที่มีการขายเป็นช่วงฤดูกาล (seasonal) เช่น สินค้าที่ผลิตเพื่อนำออกจำหน่ายในช่วงฤดูร้อน แต่อาจเกิดความล่าช้าในส่วนของกระบวนการผลิต ทำให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนโหมดการขนส่งสินค้าจากการขนส่งทางทะเลมาเป็นการขนส่งทางอากาศ ซึ่งชิปเมนท์เหล่านี้เป็นชิปเมนท์ที่ค่อนข้างจะมีปริมาณสูง ตรงจุดนี้เอง DHL Global Forwarding ก็มีเครือข่ายที่คอยประสานงานและให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ สินค้าอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นก็คือ สินค้าแบรนด์เนมที่ลูกค้ามีความพร้อมด้านต้นทุนที่จะขนส่งผ่านทางเครื่องบิน ด้วยระยะเวลาการขนส่งที่รวดเร็วและบริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี”

คุณสมจิตร สังสีแก้ว Sector Head – Technology

“โดยภาพรวมถือว่าธุรกิจการรับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศของไทยเติบโตมากขึ้น ทั้งการนำเข้าและส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทาง intra-Asia ที่มีการขนส่งสินค้าปริมาณสูงขึ้น นอกจากนี้ การที่เราเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังช่วยให้เรามีโอกาสให้บริการจัดการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าของเราได้มากขึ้น เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับไทย อย่าง พม่า ลาว และกัมพูชา ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเที่ยวบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ได้เพียงพอ รวมไปถึงเครือข่ายเส้นทางการบินที่ยังไม่ครอบคลุมเท่าประเทศไทย ทำให้เราสามารถให้บริการโซลูชั่นขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (multi-modal) เช่น การขนส่งสินค้าทางอากาศ และขนส่งไปยังลูกค้าปลายทางในประเทศเพื่อนบ้านด้วยรถบรรทุก โดยเฉพาะสินค้าที่เป็น Oversized cargo ซึ่งมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
ด้วยบริการของ DHL Global Forwarding ที่หลากหลาย รวมไปถึงเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ทำให้เราตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ในแง่ของบริการรับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศของ DHL Global Forwarding เรามีบริการหลายระดับขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า อาทิ บริการเที่ยวบินตรง บริการเครื่องบินขนส่งสินค้าแบบเหมาลำ บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าตามมาตรฐานทั่วไป ไปจนถึงบริการขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าโดยผ่าน Warehouse Cross Dock และส่งต่อร้านค้า หรือสถานที่จัดจำหน่าย  หรือแบบรวมตู้ (consolidation) ขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ความเร่งด่วน รวมไปถึงต้นทุนการขนส่งที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ เรายังมีผู้เชี่ยวชาญในการดูแลจัดการสินค้าแต่ละประเภทคอยให้คำแนะนำลูกค้าและนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจมากที่สุดด้วย” 

คุณอนงค์นาฎ ประพิณพงศานนท์ Sector Head – Automotive และ Manager, Key Account Laem Chabang

“สำหรับกลุ่มสินค้ายานยนต์ ทาง DHL Global Forwarding จะเน้นไปในส่วนของการรวบรวมสินค้าและขนส่งแบบรวมตู้ (Buyer consolidation) โดยสินค้านำเข้าในกลุ่มสินค้ายานยนต์มักจะมาจากเส้นทางยุโรปหรืออเมริกา แต่หากเป็นสินค้าส่งออก เส้นทางการค้าหลักมักอยู่ในเส้นทาง intra-Asia เช่น ประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แม้ว่าปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น แต่ในส่วนของตลาดที่เน้นงานฝีมือ ตลาดบ้านเราก็ยังคงมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในส่วนของผู้ผลิตชิ้นส่วนสินค้า OEM
สำหรับบริการขนส่งสินค้าของ DHL Global Forwarding เราจะมีรายงานติดตามสถานะสินค้าที่มีชื่อว่า DHL Interactive (DHLi) สำหรับติดตามสถานะสินค้าสำหรับบริการขนส่งสินค้าทุกประเภท เมื่อสินค้าได้รับการจัดการขนส่งข้อมูลสถานะสินค้าจะรายงานไปยังลูกค้าทันที หรือลูกค้าสามารถเลือกให้เราทำเป็นรายงานเป็นวัน หรือรายสัปดาห์ได้ตามความต้องการ เพื่อให้ลูกค้าทราบได้ว่าตอนนี้สินค้าอยู่ที่ไหน และจะได้รับการจัดส่งถึงปลายทางเมื่อไหร่”

คุณภิรญา วงศ์ปราชญ์ Tradelane Manager, Americas และ Sector Head – Engineering and Manufacturing

“ในส่วนของบริการจัดการขนส่งสินทางอากาศสำหรับลูกค้าในกลุ่มวิศวกรรมและการผลิต สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าชิ้นส่วน อะไหล่สำรอง หรือเครื่องมือเพื่อการผลิต ที่นำเข้ามาใช้งานในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าบริษัทระดับโลกที่มีการนำสินค้าเหล่านี้เข้ามาผลิตในไทย ก่อนที่จะส่งสินค้าสำเร็จรูปออกไปยังตลาดต่างประเทศ หรือขายในประเทศ สำหรับบริการเพิ่มมูลค่าที่เรานำเสนอก็คือ บริการ DHL Same Day ซึ่งเป็นบริการขนส่งสินค้าสำหรับชิปเมนท์ด่วน เช่น ในกรณีที่สายการผลิตของลูกค้าขัดข้องและต้องการการซ่อมแซมหรือใช้อะไหล่สำรองอย่างเร่งด่วน เราก็มีบริการนี้คอยสนับสนุนลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเร่งด่วนที่สุด ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ โดยบริการนี้จะมีเจ้าหน้าที่นำสินค้าขึ้นเครื่องบินไปส่งถึงที่หมาย (hand carry) ซึ่งเป็นบริการที่มีความรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี” 

คุณยุดา ละสอน Field Sales Team Leader

“สำหรับบริการขนส่งสินค้าสำหรับลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย เรามีการให้บริการแก่ลูกค้าในหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าประเภทของสดเสียง่าย (perishables) และ Live plant เช่น กล้วยไม้ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่เราตั้งใจจะขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้ให้มากขึ้นด้วยบริการที่หลากหลายตามความต้องการของลูกค้าและเครือข่ายของ DHL Global forwarding ทั่วทุกมุมโลก  นอกจากนี้ ในด้านของการนำเข้าสินค้าทางอากาศ DHL Global Forwarding (Thailand) ยังโฟกัสกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นเป็นอย่างมากคือ สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เนื่องจากปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศที่เข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้นและต้องการทางเลือกที่มากขึ้น มีรสนิยมการใช้สินค้าที่หลากหลายขึ้น และมีความต้องการสินค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ทำให้มีการนำเข้าสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์หลากหลากแบรนด์จากทั่วโลก  นอกจากนี้ สินค้านำเข้าที่เราให้บริการจัดการขนส่งทางอากาศจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทยที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือ สินค้า Perishables โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารต่างชาติที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งต้องนำเข้าจากประเทศต้นทาง เพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศที่สูงขึ้น รวมไปถึงกำลังซื้อของประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นและชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานหรือเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยทาง DHL Global Forwarding เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการให้บริการลูกค้าผู้นำเข้าสินค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะทั้งในประเทศไทย และประเทศที่เป็นตลาดผู้ส่งออกวัตถุดิบรายใหญ่ ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอื่นๆ”

ด้วยเครือข่ายระดับโลกที่แข็งแกร่ง การบริการที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และการนำเสนอโซลูชั่นที่หลากหลายแก่ลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจผ่านผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มธุรกิจของ DHL Global Forwarding ได้ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการเป็นผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าทั้งในส่วนของสินค้าขาเข้าและขาออกมาโดยตลอด และไม่เพียงเท่านี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการยกระดับประสิทธิภาพในการให้บริการอยู่เสมอ เพื่อให้ตอบรับกับความต้องการด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเส้นทาง intra-Asia ผ่านโปรแกรมการพัฒนาบุคลากร รวมไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมฯ อย่างยั่งยืน ด้วยการจัดฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดการสินค้าแต่ละประเภทให้กับลูกค้าของบริษัทฯ อีกด้วย

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน