Online seller owner using computer for checking customer orders.

แนวทางการพัฒนารูปแบบการจัดการสินค้า e-Commerce ในพื้นที่เขตปลอดอากร

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจ e-Commerce จึงเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีรูปแบบการดำเนินการที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้จากทุกประเทศทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ ทำให้บริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าต่างมองหาโซลูชั่น เพื่อมอบบริการขนส่งสินค้าไปให้แก่ลูกค้าปลายทางทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งจากเดิม ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าประเภท e-Commerce มักจะมีการบริหารจัดการสินค้าภายในคลังสินค้า แล้วจึงทำการส่งต่อไปยังปลายทางต่างๆ ผ่านรูปแบบการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทางเรือ และทางบก แต่ปัจจุบันการให้บริการจัดการสินค้า e-Commerce ไม่ได้จำกัดอยู่ที่คลังสินค้าภายนอกเท่านั้น เพราะขณะนี้ พื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เปิดโอกาสให้ผู้รับจัดการขนส่งสินค้า e-Commerce เข้ามาดำเนินกิจการ ด้านโลจิสติกส์ภายในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ e-Commerce ให้เติบโตยิ่งขึ้น

นิตยสาร AFL ได้รับเกียรติจาก คุณธัญธารีย์ ฮุย ประธานกรรมการ บริษัท China Thai Marketing มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการจัดการสินค้า e-Commerce ในพื้นที่เขตปลอดอากร รวมทั้งแบ่งปันวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการนำเข้า-ส่งออกสินค้าให้เติบโตมากขึ้น

New Procedures for e-Commerce Cargo

คุณธัญธารีย์ ฮุย ประธานกรรมการ บริษัท China Thai Marketing

ปัจจุบัน ธุรกิจ e-Commerce มีการขยายตัว อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง ช่องทางการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ก็มีหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการ ในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้บริษัทผู้รับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศเล็งเห็นโอกาสในการขยายบริการนำเข้า-ส่งออกสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด e-Commerce โดยเฉพาะสินค้าที่มีต้นทางอยู่ในประเทศจีน

คุณธัญธารีย์ เปิดเผยว่า “จีนเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบกับตลาด e-Commerce ในจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตมากที่สุดในโลก จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการนำเสนอบริการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนและส่งออกไปยังปลายทางต่างประเทศทั่วโลก โดยผ่านศูนย์กลางกระจายสินค้าในพื้นที่เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตร อย่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย ในการให้บริการกระจายสินค้าไปยังปลายทางต่างๆ ให้แก่ผู้สั่งซื้อสินค้าผ่านตลาดซื้อขายออนไลน์รายใหญ่ อาทิ เว็บไซต์ Alibaba, Banggood และ Wish”

หัวใจสำคัญในการจัดการสินค้า e-Commerce คือ รูปแบบการปฏิบัติการที่รวดเร็ว สามารถขนส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทางทั่วโลกได้อย่างปลอดภัย และสามารถติดตามสถานการณ์ขนส่งสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ดังนั้น ผู้รับจัดการขนส่งสินค้าจึงต้องมีการวางแผนรูปแบบการบริการ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

“ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยหลังจากที่ลูกค้าได้ทำการสั่งซื้อสินค้าแล้ว พวกเขามีความต้องการให้สินค้าส่งถึงมืออย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น กระบวนการขนส่งจึงต้องมีความละเอียดรอบคอบและรวดเร็วที่สุด ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดส่งสินค้าจากประเทศต้นทาง จนถึงศูนย์กลางกระจายสินค้าในพื้นที่เขตปลอดอากร จนกระทั่งทำการส่งออกไปยังปลายทางในประเทศที่สาม โดยทุกขั้นตอนนี้จะต้องมีการปฏิบัติการที่ราบรื่นและไม่เกิดปัญหาติดขัดใดๆ” คุณธัญธารีย์ กล่าว

Current Challenges

ปัจจุบันศูนย์กลางกระจายสินค้าในพื้นที่เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถือเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังมีสายการบินให้บริการเที่ยวบินเชื่อมต่อไปยังปลายทางทั่วโลกเป็นจำนวนมาก จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีปริมาณนำเข้า-ส่งออกสินค้าเพิ่มมากขึ้น

“โดยปกติแล้วเราให้บริการจัดการสินค้า e-Commerce จากประเทศจีนประมาณ 20-30 ตันต่อวัน แต่สำหรับช่วงพีคซีซันจะมีปริมาณสูงถึง 50-60 ตันต่อวัน ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ระวางสินค้าภายในคลังของเรายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เราจึงต้องมองหาโซลูชั่นในการบริหารจัดการสินค้า e-Commerce เพิ่มเติม ด้วยการให้บริการเปลี่ยนถ่ายสินค้าผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อให้สามารถขนส่งสินค้าไปยังปลายทางได้ตรงตามเวลาที่กำหนด” คุณธัญธารีย์ กล่าว “นอกจากนี้ เรายังได้มีการวางแผนในการรับมือการขนส่งสินค้าในช่วงพีคซีซันเพิ่มเติม ทั้งการติดต่อกับสายการบินในการจองพื้นที่ระวางเพิ่มเติม รวมไปถึงการนำเสนอบริการขนส่งสินค้ารูปแบบอื่น อย่างการขนส่งสินค้าทางทะเล เป็นต้น”

Improving Regulations

ปัจจุบันธุรกิจ e-Commerce ในประเทศไทย ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้า e-Commerce ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม ด้วยกฎระเบียบของหน่วยงานศุลกากรในปัจจุบัน ยังคงเป็นข้อจำกัดหลักที่ทำให้การใช้งานเขตปลอดอากรไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จากปัญหาด้านข้อกฎหมายที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม และประเทศไทยได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการจัดการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในประเทศไทยต่างมีการพัฒนารูปแบบบริการให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก นอกเหนือจากการปรับตัวของผู้ให้บริการแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนเองต่างก็ต้องมีการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงด้านข้อกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้เอื้ออำนวยในการนำเข้า-ส่งออกสินค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมกับการผลักดันการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศ ไทยมีการเติบโตและสามารถแข่งขันในระดับสากลได้มากยิ่งขึ้น

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน