Project

Etihad Cargo มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศชั้นนำของโลก

กว่า 14 ปี ที่ สายการบิน Etihad Cargo มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศชั้นนำของโลก ในฐานะหน่วยธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในเครือของ Etihad Airways สายการบินฯ พยายามรักษามาตรฐานและพัฒนาคุณภาพของบริการอยู่เสมอ เพื่อให้สายการบินฯ ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

ด้วยเป้าหมายในการผลักดันให้หน่วยธุรกิจขนส่งสินค้าเติบโตไปข้างหน้า ถือเป็นจุด เริ่มต้นที่ทำให้สายการบินฯ ตัดสินใจพัฒนาเครือข่ายการให้บริการให้ครอบคลุมและทันสมัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังถือโอกาสนี้พัฒนากลยุทธ์การเข้าถึงเครือข่ายบริการให้ง่ายดายยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อเครือข่ายเครื่องบินขนส่งสินค้าเข้ากับพื้นที่ระวางสินค้าใต้ท้องเครื่องบินโดยสารให้เป็นไปอย่างราบรื่น ยิ่งไปกว่านั้น สายการบินยังได้นำแพล็ตฟอร์มเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าสามารถสื่อสารกับสายการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเป็นการเจาะลึกรายละเอียดในการดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายของสายการบินฯ และความสำคัญของการให้บริการโดยอิงลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

Mr. Abdulla Mohamed Shadid กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ สายการบิน Etihad Airways

นิตยสาร AFL ได้รับเกียรติพูดคุยกับ Mr. Abdulla Mohamed Shadid กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ สายการบิน Etihad Airways เกี่ยวกับ ประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจเหล่านี้

Reworking the Network
ล่าสุดสายการบิน Etihad Cargo เตรียมเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการขนส่งสินค้า ด้วยการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินขนส่งสินค้า ด้วยเครื่องบินขนส่งสินค้า Boeing 777 ไปยังตลาดหลักในประเทศจีนและอินเดีย โดยสายการบินฯ ได้เพิ่มเที่ยวบินไปยัง Shanghai ห้าเที่ยวบินต่อสัปดาห์ และ Chennai สามเที่ยวบินต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ สายการบินฯ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้บริการในตลาดหลักที่มีอยู่เดิม โดยจะเพิ่มเที่ยวบินขนส่งสินค้ารายสัปดาห์ ไปยัง Amsterdam สามเที่ยวบิน Frankfurt สามเที่ยวบิน Columbus Ohio สามเที่ยวบิน Hong Kong สองเที่ยวบิน Hanoi สองเที่ยวบิน Mumbai สองเที่ยวบิน Dhaka สองเที่ยวบิน East Midlands สองเที่ยวบิน Damman สองเที่ยวบิน Delhi หนึ่งเที่ยวบิน Bangalore หนึ่งเที่ยวบิน และ Chittagong อีกหนึ่งเที่ยวบิน

Mr. Shadid กล่าวว่า “สายการบิน Etihad Cargo ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้ให้บริการรายสำคัญในตลาดการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ Abu Dhabi ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญของโลก เพื่อเชื่อมต่อไปยังตลาดหลักอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ ฝูงเครื่องบินขนส่งสินค้าของเรายังถือเป็นหัวใจหลักในกลยุทธ์การเติบโตนี้ โดยเครือข่ายการให้บริการที่ได้รับการปรับปรุงใหม่จะช่วยให้การไหลเวียนของสินค้าผ่านพื้นที่ระวางบนเครื่องบินขนส่งสินค้าและพื้นที่ระวางใต้ท้องเครื่องบินโดยสารที่เรามีเครือข่ายบริการไปยังทั่วโลก สามารถทำได้อย่างไร้รอยต่อ”

เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ สายการบินฯ ได้มีการยกเลิกสถานีบริการบางแห่งออกจากเครือข่ายบริการของ Etihad Cargo ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดย Nairobi เป็นสถานีบริการที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกถอดออกจากเครือข่ายบริการฯ ใหม่ ด้วยเหตุผลด้านความต้องการขนส่งสินค้าที่ลดน้อยลง รวมไปถึงพฤติกรรมทางการตลาดที่มีความดึงดูดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหลักแห่งอื่นๆ นอกจากนี้ สายการบินฯ ยังได้อธิบายถึงกลยุทธ์ใหม่ที่พวกเขาจะเลือกใช้ นั่นคือการเพิ่มพื้นที่ระวางบนเที่ยวบินขนส่งสินค้าไปยังเส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อกับศูนย์กลางของสายการบินฯ ใน Abu Dhabi เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตลาดการค้าระดับโลกในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐ อเมริกา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

โดยในช่วงไตรมาสที่สี่นี้ สายการบิน Etihad Cargo จะเพิ่มปริมาณพื้นที่ระวางใต้ท้องเครื่องบิน ในเส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง Abu Dhabi ผ่านไปยัง โดยมี Abu Dhabi เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อ ไปยังเมืองสำคัญต่างๆ อาทิ Singapore, Toronto, Cairo, Bangalore, และ Barcelona โดยเส้นทางระหว่าง Abu Dhabi และ Barcelona ที่สายการ บินฯ เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ถือเป็นเส้นทางแรกของสายการบินฯ สำหรับการให้บริการเที่ยวบินทางตรงจาก Abu Dhabi ไปยัง ประเทศสเปน

Mr. Shadid กล่าวว่า “กลยุทธ์การปรับปรุงเครือข่ายนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาสายการบินฯ และยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้า และกลุ่มบริษัท Etihad Aviation Group ของเราด้วย อีกทั้ง การปรับปรุงบริการใหม่ยังช่วยให้เราสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการระดับพรีเมี่ยมต่างๆ ของสายการบินด้วย อาทิ บริการ SkyStables ซึ่งเป็นบริการระดับพรีเมี่ยมสำหรับการขนส่งม้าทางอากาศ บริการ FlyCulture ซึ่งเป็นบริการขนส่งชิ้นงานศิลปะและเครื่องดนตรี และ บริการ FastTrack สำหรับ การขนส่งพัสดุและสินค้าด่วน นอกจากนี้ สายการบินฯ ยังให้ความสำคัญในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบดิจิทัล เพื่อเน้นย้ำความสามารถในการให้บริการอันดีเยี่ยมของสายการบินฯ ในฐานะพันธมิตรด้านการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ”

Innovating on All Fronts
นอกเหนือจากความสำเร็จในด้านการปรับปรุงบริการแล้ว สายการบิน Etihad Cargo ยังประสบความสำเร็จในการปรับใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล “SPRINT” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบครบวงจรของ IBS iCargo ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการระบบจัดการสินค้าที่ทันสมัย

โดย SPRINT เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้ในการจัดการข้อมูลการจองและสำรองพื้นที่ระวาง การจัดการและควบคุมระบบอินเทอร์เฟซ การจัดการด้านการจัดส่งสินค้า ซึ่งครอบคลุมถึงการส่งข้อมูลและใบตราส่งสินค้าทางอากาศอิเล็กทรอนิกส์ (e-AWB) การจัดการ AWB ในคลังสินค้า และการจัดการบัญชีกำไรขาดทุน ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลไว้บนแพลตฟอร์มเดียว โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้สายการบิน Etihad Cargo จัดการพื้นที่ระวางสินค้าและกระบวนการจัดการราคา ควบคู่ไปกับการเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบสินค้าแบบเรียลไทม์ การควบคุมคุณภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพบริการ

Etihad Cargo เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่ปรับปรุงระบบติดต่อสื่อสารและระบบจัดการเอกสารรูปแบบเก่าให้กลายเป็นรูปแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยให้บริการผ่านทางเว็บไซต์ etihadcargo.com นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับกระบวนการให้บริการหลักให้เป็นระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ผ่านการนำเสนอแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยระบบปฏิบัติการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการทุกความต้องการในการขนส่งสินค้าทางอากาศได้อย่างไร้รอยต่อ Mr. Shadid กล่าวว่า “เรารู้สึกพึงพอใจกับกระบวนการติดตั้งแพล็ตฟอร์มดิจิทัลใหม่ที่ดำเนินการมาตลอด 12 เดือนที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ยิ่งไปกว่านั้น เรายังรู้สึกตื่นเต้น กับโอกาสใหม่ๆ ที่จะมาพร้อมการปรับใช้ระบบดิจิทัลนี้ ทั้งนี้ กระบวนการปรับใช้ระบบดิจิทัลถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับคุณค่าของบริการที่มีให้กับลูกค้าและช่วยให้สายการบินสามารถสร้างความแตกต่างให้กับบริการของสายการบินได้ ซึ่งเรามั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้งานมากขึ้นควบคู่ไปกับการปรับปรุงบริการใหม่ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่สี่เป็นต้นไป”

จากการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ Mr. V. K. Mathews ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท IBS Group ระบุว่า “สายการบิน Etihad Cargo เลือกใช้ iCargo โซลูชั่นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยเราได้ทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการให้แก่สายการบินฯ ได้อย่างอันไร้รอยต่อภายในเวลาและงบประมาณที่กำหนด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ IBS ในการส่งมอบบริการที่โดดเด่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดการขนส่งสินค้าทางอากาศได้เป็นอย่างดี”

iCargo เป็นเทคโนโลยีโซลูชั่นที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้สายการบินฯ ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันในโลกดิจิทัลยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สายการบินฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ใช้แฟลตฟอร์มดิจิทัล iCargo ที่มียอดผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเราขอสัญญาว่าจะปรับปรุงบริการให้ดีมากยิ่งขึ้นและจะเป็นพันธมิตรที่พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารงบประมาณให้มีความคุ้มค่าสูงสุด และเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอีกด้วย

ปัจจุบัน ลูกค้าสามารถใช้บริการขนส่งสินค้าของกลุ่มสายการบิน Etihad ได้ง่ายดายยิ่งขึ้นผ่านระบบการจองออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น บริการ TempCheck สำหรับสินค้าเภสัชภัณฑ์ บริการ SafeGuard สำหรับการขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง บริการ FreshForward สำหรับสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิหรือสินค้าประเภทของสดเสียง่าย บริการ FlightValet สำหรับสินค้ายานยนต์ บริการ FlyCulture สำหรับสินค้าประเภทศิลปะและดนตรี และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเข้าถึง โปรแกรม Etihad Cargo’s Loyalty Program ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะมอบสิทธิประโยชน์มากมายให้แก่ลูกค้าในช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมไปถึงบริการค้นหาเที่ยวบิน และการติดตามชิปเมนท์ได้แบบเรียลไทม์

Mr. Shadid กล่าวว่า “พนักงานของเราทุ่มเททำงานอย่างหนักตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการยกระดับคุณค่าของบริการของสายการบินฯ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนบริการหรือการนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้งาน ผมทราบดีว่าพนักงานทุกคนคงจะรู้สึกปลาบปลื้มและภาคภูมิใจในความสำเร็จที่ร่วมกันสร้าง ทั้งนี้ สายการบิน Etihad Cargo ยังมุ่งหวังที่จะพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อต่อยอดและเดินหน้าสร้างความแตกต่างให้แก่สายการบินฯ ต่อไปในอนาคต และจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มคุณค่าและตำแหน่งทางการตลาดให้ก้าวไปสู่อีกระดับ”

กด Add เลย เพื่อรับข่าวสารด่วนๆ ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ หรือติดตามข่าวสารได้ที่ @airfreight (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะ)

เพิ่มเพื่อน