Resize-DHL _16

DHL Express เปิดตัว iExpressByDHL แพลตฟอร์มขนส่งด่วนระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการ e-Commerce

DHL Express เปิดตัว iExpressByDHL แพลตฟอร์มขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้ประกอบการ e-Commerce ลดปัญหากวนใจเรื่องขั้นตอนการจัดส่งและเตรียมเอกสาร ดำเนินการได้ครบบนอุปกรณ์มือถือและคอมพิวเตอร์ พร้อมพาสินค้าส่งออกข้ามประเทศสู่ปลายทาง 220 ประเทศทั่วโลกในเวลา 1-3 วัน

iExpressByDHL เหมาะสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจ e-Commerce โดยเฉพาะผู้ขายในระยะตั้งต้นหรือสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มร้านค้าออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย หรือกำลังขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศแต่ขาดประสบการณ์ด้านการขนส่งระหว่างประเทศ ต้องการใช้บริการขนส่งด่วนที่ได้มาตรฐานโลก เพื่อความประทับใจของผู้รับและสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจ iExpressByDHL ใช้งานง่ายแม้ในครั้งแรก เช็คราคาค่าบริการได้เบื้องต้นภายในไม่กี่คลิก สั่งจองรูปแบบการจัดส่งเพื่อให้เจ้าหน้าที่คูเรียร์มารับสินค้าหรือเลือกนำสินค้าไปส่งด้วยตัวเอง ณ จุดบริการ DHL Express ใกล้บ้าน พร้อมสั่งพิมพ์ใบนำส่งสินค้า (Waybill) ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice) และชำระค่าขนส่งได้ง่ายและปลอดภัยผ่านบัตรเครดิต ครบถ้วนทุกขั้นตอนสำคัญผ่านอุปกรณ์มือถือและคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการส่งของด่วนไปต่างประเทศกับ iExpressByDHL สามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์ พร้อมบริการนำส่งสินค้าถึงที่แบบ door-to-door และหากมีคำถามเกี่ยวกับการขนส่งด่วนระหว่างประเทศในขณะใช้งาน iExpressByDHL สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ผ่านบริการ Live Chat

คุณชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท DHL Express International (Thailand) กล่าวว่า “DHL Express ได้พัฒนา iExpressByDHL เพื่อพลิกประสบการณ์การขนส่งด่วนระหว่างประเทศให้เป็นเรื่องง่ายและสะดวกกับผู้ประกอบการ e-Commerce มือใหม่ แม้ไม่เคยส่งของระหว่างประเทศมาก่อน เราเชื่อว่า iExpressByDHL บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศแบบ end-to-end ที่ครบทุกขั้นตอนการให้บริการ ง่าย และจบในแพลตฟอร์มเดียว จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซและผู้ค้าบนโซเชียลมีเดียเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ”

จากผลการสำรวจ Global Connectedness Index (GCI) โดย Deutsche Post DHL พบว่าประเทศไทยจัดอยู่อันดับที่ 25 จาก 169 ประเทศทั่วโลก ด้านการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (connectedness) และอันดับ 6 ด้านความสามารถในการติดต่อทางการค้า (trade connectivity)  ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีและบ่งบอกถึงศักยภาพของประเทศไทย รวมถึงโอกาสที่มากขึ้นในการพาประเทศเข้าสู่เวทีการค้าระดับโลก

“ธุรกรรม e-Commerce ในประเทศไทยมีอัตราการค้าภายในประเทศถึง 76.94 เปอร์เซ็นต์ และมีอัตราการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศเพียง 23.06 เปอร์เซ็นต์ DHL Express ต้องการช่วยผู้ประกอบการ e-Commerce สร้างอีโคซิสเต็มของธุรกิจบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้มีความคล่องตัวและขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น ด้วยการเติมเต็มภาคบริการและโซลูชั่นด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่มาพร้อมความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานทางศุลกากร เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการบนโซเชียลคอมเมิร์ซก้าวข้ามผ่านอุปสรรคการส่งสินค้าข้ามแดนและก้าวสู่ตลาดโลกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” คุณชนัญญารักษ์ กล่าว

ติดตามข่าวสาร บทความ และอินโฟกราฟิกที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ทาง Facebook ของเราได้ที่