DHL Express และ Neste ลงนามข้อตกลงใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนที่ผลิตในสิงคโปร์สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ

0
392
DHL Express Neste Deal SAF Singapore

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท DHL Express กับบริษัท Neste ผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนและน้ำมันดีเซลหมุนเวียน ได้จับมือกระชับความสัมพันธ์เพื่อเร่งผลักดันการขนส่งสินค้าทางอากาศให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้นผ่านข้อตกลงสั่งซื้อเชื้อเพลิง SAF ที่ลงนามในเอเชีย โดยบริษัท Neste จะส่งมอบเชื้อเพลิง Neste MY Sustainable Aviation Fuel ราว 9.5 ล้านลิตรหรือ 7,400 เมตริกตัน ให้กับ DHL Express ในสิงคโปร์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025 เป็นต้นไป

DHL Express จะได้รับมอบเชื้อเพลิง SAF ที่ผ่านเกณฑ์ CORSIA ซึ่งผลิตขึ้นจากโรงกลั่นน้ำมันของ Neste ในสิงคโปร์ โดยบริษัทฯ จะใช้เชื้อเพลิงนี้คิดเป็น 35-40 เปอร์เซ็นต์จากการใช้เชื้อเพลิงโดยรวมกับเครื่องบินขนส่ง Boeing 777 ห้าลำที่ประจำการ ณ ศูนย์ปฏิบัติการเอเชียใต้ในท่าอากาศยาน Changi ปฏิบัติการเที่ยวบินระหว่างทวีป 12 เที่ยวต่อสัปดาห์ เชื่อมสิงคโปร์สู่ปลายทางในทวีปเอเชีย และทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ซึ่งถือเป็นการจัดซื้อเชื้อเพลิง SAF โดยตรงครั้งแรกสำหรับเที่ยวบินจากท่าอากาศยาน Changi

Mr. Christopher Ong กรรมการผู้จัดการ บริษัท DHL Express Singapore กล่าวว่า “การเป็นพันธมิตรกับ Neste ในครั้งนี้ถือเป็นหลักชัยสำคัญสำหรับเรา ที่มาพร้อมเป้าหมายการรับมอบและยกระดับเชื้อเพลิง SAF สำหรับเที่ยวบินขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของ DHL Express จากสิงคโปร์ โดยนอกจากจะทำให้เราสามารถมุ่งหน้าสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งทางอากาศ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังได้ส่งเสริมความมุ่งมั่นของเราที่จะส่งมอบตัวเลือกการขนส่งสินค้าที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า”

ข้อตกลงฉบับนี้นับเป็นข้อตกลงสั่งซื้อเชื้อเพลิง SAF ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศในเอเชียในด้านปริมาณการส่งมอบ ซึ่งจะส่งเสริมเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคส่วนอากาศยานของสิงคโปร์ผ่านการใช้เชื้อเพลิง SAF หนึ่งเปอร์เซ็นต์สำหรับเที่ยวบินโดยสารและขนส่งสินค้าตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป

Mr. Ong กล่าวเสริมว่า “การใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง SAF ยังช่วยให้เราเข้าใจความต้องการด้านโลจิสติกส์สำหรับขนส่งเชื้อเพลิงดังกล่าว ซึ่งช่วยสนับสนุนความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมการเติบโตของภาคส่วนพลังงานชนิดใหม่ภายใต้แผนกลยุทธ์ 2030 ของ DHL Group”

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2022 บริษัท DHL Express ได้ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้เชื้อเพลิง SAF ผ่านบริการ GoGreen Plus ซึ่งเป็นบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศบริการแรกในอุตสาหกรรมฯ ที่ทำให้ลูกค้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ด้วยเชื้อเพลิง SAF โดยเชื้อเพลิง SAF ที่ใช้ในบริการดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับมอบผ่านสัญญาที่ได้ทำกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึง Neste พร้อมช่วยลดการปล่อยคาร์บอนร่วมกับชิปเมนท์ทางอากาศข้ามพรมแดน


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Airfreight Logistics เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Airfreight Logistics หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้Skyway Airlines แต่งตั้ง Hactl เป็นตัวแทนปฏิบัติการยกขนสินค้าภาคพื้นใน Hong Kong
บทความถัดไปงาน TILOG – LOGISTIX 2025 ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะ นวัตกรรมสีเขียว และโซลูชันครบวงจร