KLN และ HKFSD ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับโลจิสติกส์และการปฏิบัติการกู้ภัยระหว่างประเทศ

0
114

บริษัท KLN Logistics Group และกรมดับเพลิงฮ่องกง (Hong Kong Fire Services Department: HKFSD) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมโลจิสติกส์สำหรับการกู้ภัยระดับโลก โดยการลงนามครั้งนี้จะยกระดับประสิทธิภาพในการระดมพลกู้ภัยและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์สำหรับปฏิบัติการกู้ภัยระหว่างประเทศของ HKFSD โดย KLN จะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลก ความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลายเพื่อส่งมอบบริการโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นไปยังพื้นที่เกิดภัยพิบัติ

ภายใต้บันทึกความเข้าในนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าล่วงหน้าในที่ตั้งทางยุทธศาตร์ครอบคลุมเครือข่ายทั่วโลกของ KLN พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อการจัดการอุปกรณ์และบุคลากรอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยให้ขั้นตอนการวางแผนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งร่วมกันพัฒนารูปแบบการทำงานที่ขับเคลื่อนโดย AI ซึ่งครอบคลุมบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรของ KLN และการสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับปฏิบัติการกู้ภัยในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถปฏิบัติการและการระดมพลกู้ภัย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย แพลตฟอร์มการจัดการซัพพลายเชน และบริการระดับมืออาชีพของ KLN ซึ่งครอบคลุมประเทศและภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้สามารถติดตามและควบคุมทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ รวมถึงจะสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะหลังเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อให้ใช้ทรัพยากรได้มีอย่างมีประสิทธิภาพ โดย KLN จะให้บริการขนถ่ายสินค้าออกจากตู้และเติมสินค้าคงคลังควบคู่กัน เพื่อส่งเสริมปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต

Ms. Ellis Cheng ผู้อำนวยการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท KLN กล่าวว่า “KLN มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมและพร้อมทุ่มเทในการบรรเทาภัยพิบัติและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โดยเรารู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาและตุรกี การลงนามข้อตกลงกับ HKFSD ครั้งนี้จึงถือเป็นความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์สำหรับปฏิบัติการกู้ภัยฉุกเฉินระหว่างประเทศ โดยนอกจากการจัดส่งวัตถุดิบอย่างรวดเร็วและการจัดการซัพพลายเชนแล้ว KLN จะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายทั่วโลก ความเชี่ยวชาญด้านขนส่งสินค้า และทรัพยากรท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายและความต้องการในพื้นที่ของทีมค้นหาและกู้ภัยประจำฮ่องกง-จีน ซึ่งจะช่วยให้ทีมสามารถปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในทันทีที่ไปถึงสถานที่เกิดภัยพิบัติ”


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Airfreight Logistics เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Airfreight Logistics หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้Rhenus เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ใน Abu Dhabi พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ขยายธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์