
สายการบิน Swiss International Air Lines (SWISS) พร้อมด้วยสายการบินขนส่งสินค้าในเครืออย่าง Swiss WorldCargo ได้เริ่มต้นความร่วมมือกับ Kuehne+Nagel ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าทางอากาศให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อผนึกกำลังสำหรับการดำเนินการโครงการด้านความยั่งยืนต่างๆ โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับภาคการขนส่งสินค้ามากยิ่งขึ้น
หัวใจหลักของความร่วมมือในครั้งนี้คือความมุ่งมั่นในการใช้เชื้อเพลิงทางอากาศที่ยั่งยืน (SAF) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย Synhelion ผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยีสะอาดของสวิตเซอร์แลนด์ โดย Swiss WorldCargo และ Kuehne+Nagel จะร่วมกันขยายความครอบคลุมในการใช้งานของเทคโนโลยีเชื้อเพลิงดังกล่าว ซึ่งได้ประสบความสำเร็จในหลักชัยแรกคือการทำข้อตกลงระยะยาวในการจัดซื้อเชื้อเพลิง SAF ของพันธมิตรทั้งสองราย ส่งผลให้ผู้ผลิตเชื้อเพลิงอย่าง Synhelion มีรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเพิ่มกำลังการผลิต และสามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ สายการบิน SWISS จะทำการจัดซื้อเชื้อเพลิง SAF จาก Synhelion อย่างน้อย 200 ตันต่อปี และจำหน่ายส่วนหนึ่งให้กับ Kuehne+Nagel โดยจะใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวสำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศร่วมกับ Swiss WorldCargo เป็นระยะเวลาห้าปี นับตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Kuehne+Nagel ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนภายในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ทั้งยังช่วยให้ลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศสามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างยั่งยืน
Mr. Yngve Ruud สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้รับผิดชอบหน่วยธุรกิจโลจิสติกส์ทางอากาศ บริษัท Kuehne+Nagel กล่าวว่า “Kuehne+Nagel กำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้วยการจับมือกับ SWISS และ Synhelion เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสังเคราะห์ให้มีศักยภาพในเชิงเศรษฐศาสตร์ นอกจากนี้ เรายังสามารถนำเสนอโอกาสในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์นี้ให้แก่ลูกค้าของเรา”
นอกจากนี้ สายการบิน SWISS ยังเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากปฏิบัติการการบินอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากการลงทุนในเครื่องบินที่ทันสมัยและประหยัดเชื้อเพลิงแล้ว เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนสำหรับการบินก็เป็นปัจจัยสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศด้วย ซึ่งสายการบินฯ ได้ทำงานร่วมกับ Lufthansa Group ลูกค้า รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิตเชื้อเพลิงดังกล่าวอย่างไม่หยุดยั้ง
อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Airfreight Logistics เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Airfreight Logistics หรือคลิกที่นี่










